อาการเสียวฟันอาจกำลังเป็นสัญญาณเตือนถึงสุขภาพเหงือกที่อ่อนแอลงด้วยปัจจัยหลายอย่าง หนึ่งในนั้นก็คือ อาการเหงือกร่นนั่นเอง
โดยอาการเหงือกร่นนับเป็นอาการแรกเริ่มของโรคเหงือกที่สามารถส่งผลต่อฟันได้ โดยเฉพาะบริเวณที่เรียกว่า ขอบเหงือก ที่มีลักษณะบางและเป็นส่วนที่ล้อมอยู่รอบคอฟัน หากขอบเหงือกถูกรบกวนจนเกิดปัญหาจะส่งผลต่อให้กับเหงือกยึดที่ทำหน้าที่ยึดติดกับฟันและกระดูกเบ้าฟัน ทำให้การทำหน้าที่ของฟันและเหงือกมีปัญหา ยิ่งในกลุ่มผู้สูงอายุด้วยแล้วปัญหาเหงือกร่นนี้เรียกว่าเกิดขึ้นได้ง่ายมากทีเดียว
ดังนั้น เหงือกจึงเป็นหนึ่งในอวัยวะในช่องปากที่เราต้องให้ความสำคัญ ซึ่งถ้าคุณยิ่งอายุมากขึ้นก็ยิ่งต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ว่าแต่…เราจะทราบได้อย่างไรว่าขณะนี้เหงือกกำลังมีปัญหา ในบทความนี้จะมาบอกถึงอาการเหงือกร่นในผู้สูงอายุว่าเป็นอย่างไร เกิดจากอะไร และจะดูแลได้อย่างไรบ้าง
ทำความเข้าใจกับหน้าที่ของเหงือก

เหงือกเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งในช่องปาก ซึ่งทำหน้าที่ในการเชื่อมยึดและพยุงฟันกับกระดูกขากรรไกร เพื่อให้สามารถใช้งานบดเคี้ยวได้ตามความต้องการ โดยส่วนของเหงือกที่เราเรียกกันจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน นั่นคือ
- ขอบเหงือก เป็นเหงือกในส่วนที่ล้อมรอบคอฟันและส่วนผนังของร่องเหงือก มีลักษณะบางแนบกับคอฟัน ส่วนนี้จะได้รับผลกระทบได้ง่ายที่สุดจากกิจกรรมต่างๆ ที่ทำกับฟัน
- เหงือกยึด เป็นเหงือกส่วนที่ยึดติดกับฟันและกระดูกเบ้าฟันและเป็นสวนที่ต่อมาจากขอบเหงือก ทำหน้าที่ป้องกันอวัยวะข้างใต้ มีลักษณะเป็นโทนสีชมพูซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละสีผิวของแต่ละบุคคล
- เหงือกสามเหลี่ยมระหว่างฟัน เป็นขอบเหงือกที่อยู่ระหว่างซี่ฟัน
จากส่วนของเหงือกที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่า ส่วนที่มักได้รับแรกกระทบของส่วนของขอบเหงือก ซึ่งเป็นส่วนนี้เองที่จะแสดงลักษณะของอาการเหงือกร่นให้เราได้เห็นอยู่บ่อยๆ
อาการเหงือกร่นในผู้สูงอายุ มีลักษณะเป็นอย่างไร
โดยปกติเหงือกจะมีลักษณะเป็นสีชมพูซึ่งอาจมีคล้ำเข้มไปบ้างตามสีผิวของแต่ละบุคคล ในบริเวณขอบเหงือกจะมีสีที่อ่อนลง เนื่องจากเป็นบางบริเวณที่ค่อนข้างบางและจะแนบสนิทไปกับฟัน แต่เมื่อเกิดอาการเหงือกร่น เราจะสามารถสังเกตได้จากสายตาถึงภาวะที่ขอบเหงือกเคลื่อนที่เข้าไปใกล้กับเหงือกยึดมากขึ้น เนื้อฟันถูกเผยให้เห็นมากกว่าปกติ ซึ่งหากร่นลงไปลึกมากจนเห็นรากฟันจะทำให้เกิดอาการเสียวฟันขึ้นได้
สาเหตุของการเกิดอาการเหงือกร่นในผู้สูงอายุ
สาเหตุอาการเหงือกร่นนั้นสามารถเกิดได้จาก 5 สาเหตุเหล่านี้ ได้แก่
1.ลักษณะของฟันและเหงือก
เหงือกร่น เกิดจากลักษณะของฟันที่มีความป่องนูนจนทำให้เหงือกไม่สามารถครอบส่วนฐานไว้ได้ตามปกติจึงต้องร่นตัวไปติดกับเหงือกยึดมากขึ้น จึงเกิดเป็นลักษณะของอาการเหงือกร่นเกิดขึ้น และในบางคนยังพบว่าเป็นเหงือกร่นได้ เนื่องจากเหงือกมีลักษณะบางกว่าปกติ ซึ่งทำให้รองรับการรบกวนอย่างกระแทก หรือการกดได้น้อยกว่าตามไปด้วย จึงเกิดเป็นอาการเหงือกร่นได้ง่าย

2.ความผิดปกติของกระดูกเบ้าฟัน
เหงือกร่นอาจเกิดจากอาการข้างเคียงของโรคอื่นอย่างโรคปริทันต์หรือโรคเหงือกอักเสบ ซึ่งเป็นโรคที่เหงือกจะบวมแดงและลุกลามไปถึงกระดูกรองรับรากฟัน เมื่อโรคพัฒนาต่อไปจนทำลายกระดูกรองรับรากฟันทั้งซี่ฟันแล้ว จะทำให้เกิดอาการเหงือกร่นตามมาได้เช่นกัน
3.การละลายของกระดูกรอบรากฟัน
สำหรับผู้สูงอายุที่มีการทำรากฟันเทียมเพื่อใส่ฟันปลอมก็สามารถเกิดอาการเหงือกร่นได้เช่นกัน โดยจะเกิดขึ้นจากการครอบฟันที่ทำขึ้นไม่พอดีกับช่องเหงือกและทำความสะอาดฟันปลอมไม่ดีพอหรืออาจมีอาการของโรคปริทันต์หรือเหงือกอักเสบร่วมด้วยในบริเวณนั้นทำให้เกิดการละลายของกระดูกรอบๆ รากฟันเทียมเกิดขึ้น โดยเราจะมองเห็นรากฟันเทียมโผล่ออกมา ซึ่งเราสามารถสังเกตได้บริเวณขอบเหงือกรอบรากฟัน
4.การเสื่อมสภาพของเหงือกตามกาลเวลา
กาลเวลาผ่านไปอะไรก็ย่อมไม่เหมือนเดิม เหงือกและฟันก็เช่นกัน เพราะการดูแลซ่อมแซมร่างกายเริ่มช้าลงตามอายุ ทำให้ผู้สูงอายุต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพต่างๆ เหงือกร่นก็เป็นหนึ่งในอาการที่ผู้สูงอายุมักเป็นบ่อย โดยอาจเกิดจากภาวะปากแห้งซึ่งทำให้มีการผลิตน้ำลายน้อยลง จนมีโอกาสทำให้เกิดการสะสมของจุลินทรีย์และแบคทีเรียต่างๆ ได้ง่ายมากขึ้น จนเกิดโรคปริทันต์หรือฟันผุ รวมถึงเหงือกร่นได้นั่นเอง

5.คราบหินปูนสะสม
การทำความสะอาดช่องปากไม่ทั่วถึงจะทำให้เกิดการสะสมของคราบแบคทีเรียและเศษอาหารโดยเฉพาะบริเวณขอบเหงือกและผิวฟัน เมื่อสะสมนานเข้าจะเกิดเป็นคราบหินปูน ซึ่งหินปูนเหล่านี้จะดันขอบเหงือกให้ร่นไปติดกับเหงือกยึดมากขึ้นเรื่อยๆ ตามการสะสมของหินปูนต่อไป หากไม่มีการทำความสะอาดหรือขจัดหินปูนออกไป คราบหินปูนจะสร้างสารพิษหรือกรดซึ่งเป็นอันตรายต่อเหงือกและยังละลายกระดูกเบ้าฟันจนทำให้ฟันโยก มีกลิ่นปากและยังอาจมีเลือดออกได้ง่ายเมื่อแปรงฟันอีกด้วย
การแปรงฟันผิดวิธี
การแปรงฟันเป็นการทำความสะอาดฟันที่ควรทำอย่างสม่ำเสมอเป็นกิจวัตร ที่สำคัญคือต้องทำอย่างถูกวิธีด้วยเพราะหากทำผิดวิธีอาจทำให้เหงือก ฟันและลิ้นไม่ได้รับการทำความสะอาดอย่างทั่วถึงเกิดเป็นการสะสมแบคทีเรียและคราบเศษอาหารให้เกาะติดผิวฟัน หรือเกิดการตกตะกอนกลายเป็นหินปูนซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของเหงือกร่นได้เช่นกัน
แต่ถึงอย่างนั้นการแปรงฟันถูกวิธี แต่กลับใช้แรงมากเกินไปก็ไม่ได้แปลว่าฟันจะสะอาดมากขึ้น กลับกันยังเป็นการรบกวนขอบเหงือกที่มีลักษณะบางให้ร่นไปหาเหงือกยึดได้อีกด้วย นอกจากการแปรงฟันแรงจะทำให้เกิดเหงือกร่นแล้ว ยังทำให้ฟันสึกได้อีกด้วย ดังนั้น ในการแปรงฟันจึงไม่ควรใช้แรงที่มากเกินไปและไม่ควรใช้แปรงสีฟันที่แข็งเกินไปในการทำความสะอาดด้วย

ยิ่งสำหรับผู้สูงอายุที่อาจมีความไม่สะดวกในการใช้แรงข้อมือหรือเกิดอาการปวดเมื่อยบริเวณข้อมือจึงเลือกใช้แปรงสีฟันที่มีขนแปรงค่อนข้างแข็งมาเป็นตัวช่วย ยิ่งอาจทำให้เหงือกและฟันได้รับความเสียหายได้ง่ายจึงควรมองหาตัวช่วยทุ่นแรงดีๆ ที่จะไม่ทำร้ายเหงือกและฟัน ทั้งยังทำให้การทำความสะอาดช่องปากเป็นเรื่องง่าย
นั่นก็คือการใช้แปรงสีฟันไฟฟ้า CURAPROX Hydrosonic Pro ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำความสะอาดขจัดคราบจุลินทรีย์บริเวณขอบเหงือกและคอฟันอย่างอ่อนโยน ทำให้ช่วยลดการเกิดคราบหินปูนได้โดยไม่ทำให้เหงือกร่น
เหงือกร่นมักเกิดจากการแปรงฟันแรงมากกว่าสาเหตุอื่นๆ เพราะความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการแปรงฟันว่า การแปรงแรงมักช่วยให้ฟันสะอาดได้มากขึ้น นอกจากนี้ หลายคนยังเลือกแปรงสีฟันที่มีขนแปรงแข็ง
เพราะคิดว่าจะช่วยทำความสะอาดผิวฟันได้มากขึ้นโดยไม่รู้ว่าจะทำให้เหงือกและฟันได้รับความเสียหาย ดังนั้น ใครที่เริ่มเกิดอาการเสียวฟันขึ้นมา ควรตรวจสอบว่าฟันกำลังส่งสัญญาณบางอย่างให้กับเราได้รับรู้ว่า กำลังมีอาการเหงือกร่นอยู่หรือไม่ เพราะหากปล่อยไว้ให้ลุกลามการรักษาจะยิ่งยากและยิ่งใหญ่มากขึ้นไปอีก
ที่มา
ปริทันต์อักเสบ โรคอันตรายที่เกิดขึ้นภายในช่องปาก
มาทำความรู้จักกับฟัน มาทำความรู้จักกับฟันและเหงือกก่อน ดีไหม
สาเหตุเหงือกร่น ป้องกัน..แก้ไขได้
คุณเป็นคนหนึ่งที่มีเหงือกร่นหรือไม่?
