คำถามที่พบบ่อย

สุขภาพช่องปาก

ฟันผุเกิดจากอะไร

ฟันผุ เกิดจาก แบคทีเรียในช่องปากไปย่อยแป้งและน้ำตาลจากอาหารที่เรารับประทาน เกิดเป็นกรดออกมาทำลายแร่ธาตุบนผิวเคลือบฟัน และหากปล่อยให้ช่องปากอยู่ในภาวะเป็นกรดนานๆ แร่ธาตุบนผิวเคลือบฟันก็จะยิ่งมีโอกาสถูกทำลายจนทำให้ฟันเป็นรูหรือเป็นโพรง และเป็นโรคฟันผุในที่สุด

เลือดออกขณะแปรงฟัน ควรทำอย่างไร

เลือดออกขณะแปรงฟัน เป็นสัญญาณของเหงือกอักเสบ ดังนั้นจึงควรขจัดคราบแบคทีเรียและเศษอาหารออกให้เกลี้ยง โดยการแปรงฟันอย่างถูกวิธี วางแปรงเอียง 45 องศาบนขอบเหงือกกับคอฟัน แล้วแปรงวนเป็นวงกลมเล็กๆ อย่างแผ่วเบา ไล่ไปทีละซี่จนครบ โดยเฉพาะบริเวณที่เลือดออก พยายามค่อยๆ แปรงตรงนั้นอย่างเบามือ 

และทำความสะอาดซอกฟันด้วยแปรงซอกฟันร่วมกับไหมขัดฟันเป็นประจำทุกวัน

มีปัญหากลิ่นปาก ทำอย่างไรดี

ปัญหากลิ่นปากมักมาจากเศษอาหารที่ตกค้างอยู่ในช่องปาก โดยเฉพาะบริเวณซอกฟัน ดังนั้นจึงควรแปรงฟันให้ถูกวิธี ควบคู่ไปกับการทำความสะอาดซอกฟัน และแปรงลิ้น นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ การดื่มสุรา และการรับประทานอาหารกลิ่นฉุนแรง แต่ถ้าปัญหากลิ่นปากยังตามรังควานอย่างเรื้อรัง ควรนัดพบทันตแพทย์เพื่อขอคำปรึกษาและวินิจฉัยถึงสาเหตุ เพราะกลิ่นปากของเราอาจมาจากสาเหตุอื่นที่เป็นปัญหาสุขภาพต่างๆ เช่น ฟันผุ โรคเหงือกอักเสบ ภาวะปากแห้งน้ำลายน้อย รวมถึงโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ และ ระบบทางเดินอาหาร อีกด้วย

จะรู้ได้อย่างไรว่าแปรงฟันสะอาดแล้ว

CURAPROX ขอแนะนำวิธีเช็คความสะอาดหลังแปรงฟันง่ายๆ 

แค่ลองใช้ลิ้นเลียตามตัวฟัน ถ้าหากรู้สึกลื่นๆ ไม่มีความรู้สึกหยาบหรือเหนอะหนะ แปลว่าแปรงฟันสะอาดดีแล้ว

แปรงฟันอย่างไรให้ถูกวิธี

CURAPROX ขอแนะนำวิธีการแปรงฟันที่สามารถทำความสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง ตามขั้นตอนดังนี้

  1. จับแปรงสีฟันให้เหมือน “จับปากกา” เพื่อช่วยลดแรงกดขณะแปรงฟัน
  2. วางแปรงสีฟันเอียง 45 องศาระหว่างขอบเหงือกกับคอฟัน เพื่อให้ขนแปรงแทรกตัวเข้าไปทำความสะอาดบริเวณขอบเหงือกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  3. ขยับแปรงวนเป็นวงกลมเล็กๆ ค่อยๆ ไล่แปรงทีละซี่อย่างแผ่วเบาจนครบทุกซี่ ครบทุกด้าน ทั้งด้านนอก ด้านใน ด้านบดเคี้ยว และด้านหลังฟันกรามซี่ในสุด 

(รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.curaprox.co.th/how-to-brush-your-teeth-properly/)

ทำไมต้องวางแปรงเอียง 45 องศาระหว่างขอบเหงือกกับคอฟัน

ทันตแพทย์ส่วนใหญ่แนะนำว่า เวลาแปรงฟันควรวางแปรงทำมุม 45 องศาบนขอบเหงือกกับคอฟัน ซึ่งเป็นบริเวณที่คราบแบคทีเรียตัวร้ายชอบเข้าไปสะสม หากทำความสะอาดไม่ทั่วถึง คราบแบคทีเรียเหล่านั้นก็จะกลายเป็นหินปูน

แปรงฟันแบบแห้งคืออะไร ดีจริงไหม

แปรงฟันแบบแห้ง คือ การแปรงฟันโดยที่ไม่นำแปรงสีฟันไปจุ่มน้ำก่อน และหลังจากแปรงฟันเสร็จให้ถ่มฟองทิ้งออกให้มากที่สุดโดยไม่ต้องบ้วนน้ำตาม เพราะการบ้วนน้ำหลังการแปรงฟันจะทำให้ปริมาณฟลูออไรด์ลดลง ซึ่งทำให้ประสิทธิภาพในการป้องกันฟันผุก็ลดลงด้วย 

การแปรงฟันแบบแห้งจึงมีประโยชน์ในการช่วยป้องกันฟันผุ เนื่องจากจะทำให้ฟลูออไรด์เกาะติดกับผิวฟันและทำหน้าที่ในการป้องกันฟันผุได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเอง

ควรเปลี่ยนแปรงสีฟันเมื่อไหร่
  1. เปลี่ยนแปรงสีฟันทุก 3 เดือน เพราะเมื่อใช้แปรงสีฟันไปนานๆ แปรงสีฟันอาจเป็นแหล่งชุมชนของเชื้อโรค เนื่องจากแบคทีเรียหลายชนิดเติบโตได้ดีในที่อับชื้น ซึ่งพอดีกับสภาพแวดล้อมที่เราเก็บแปรงสีฟัน 
  2. เปลี่ยนแปรงสีฟันเมื่อขนแปรงบาน เพราะประสิทธิภาพในการกวาดคราบแบคทีเรียจะลดลง แถมยังอันตรายต่อเหงือกอีกด้วย
  3. เปลี่ยนแปรงสีฟันหลังหายป่วย เพราะช่วงที่เราไม่สบายหรือเป็นไข้หวัดนั้น เหล่าเชื้อโรคต่างๆ ที่อยู่ในน้ำลายอาจจะตกค้างอยู่บนแปรงสีฟัน หากเรานำแปรงสีฟันด้ามนั้นกลับมาใช้ต่อ ก็จะเพิ่มโอกาสให้เรากลับมาติดเชื้อหรือไม่สบายอีกครั้ง
ทำไมต้องเลือกใช้แปรงสีฟันขนนุ่ม

เนื่องจากขนแปรงเป็นส่วนที่สัมผัสเหงือกและฟันโดยตรง หากใช้แปรงสีฟันที่มีขนแปรงแข็ง อาจทำอันตรายต่อเหงือกและเสี่ยงต่อการเกิดเหงือกร่นตามมา และเนื่องจากขนแปรงชนิดแข็ง และ นุ่ม  สามารถกำจัดคราบแบคทีเรียบนผิวฟันและเหงือกได้เหมือนกัน สำนักทันตสาธารณสุขจึงแนะนำให้ใช้แปรงสีฟันขนนุ่มเพื่อความปลอดภัย

แปรงซอกฟันจำเป็นแค่ไหน

ซอกฟันเป็นพื้นที่เล็กๆ ในช่องปากที่ขนแปรงสีฟันธรรมดาเข้าถึงได้ยาก หากปล่อยทิ้งไว้ไม่ทำความสะอาดให้ดี เศษอาหารและคราบแบคทีเรียก็อาจจะยังคงติดค้างตามซอกฟันจนก่อให้เกิดปัญหากลิ่นปาก โรคฟันผุ และโรคเหงือกอักเสบตามมาได้ เราจึงต้องให้ความสำคัญกับการทำความสะอาดพื้นที่ซอกฟันด้วยอุปกรณ์พิเศษอย่างแปรงซอกฟัน

คนจัดฟัน

เศษอาหารติดตามเครื่องมือจัดฟัน ทำอย่างไร

ปัญหากวนใจของคนจัดฟันคงหนีไม่พ้นเศษอาหารที่ติดอยู่ในซอกมุมที่ยากจะเอาออก โดยเฉพาะตามเครื่องมือจัดฟันที่คราบแบคทีเรียสะสมได้ง่ายและเป็นอุปสรรคในการแปรงฟัน แต่หากเอาออกไม่หมด ก็อาจส่งผลให้เกิดปัญหาต่างๆ ในช่องปาก เช่น กลิ่นปาก เหงือกอักเสบ รวมถึงฟันผุ 

ดังนั้นคนจัดฟันควรมีไอเทมเสริม นอกจากแปรงสีฟันสำหรับคนจัดฟันโดยเฉพาะแล้ว ยังควรใช้ตัวช่วยอย่างแปรงกระจุก แปรงซอก หรือไหมขัดฟัน เพื่อจัดการเอาเศษอาหารในซอกเล็กมุมน้อยออกมาให้หมดด้วย

คนจัดฟันเลือก แปรงสีฟัน แบบไหนดี

คนที่ติดเครื่องมือจัดฟันควรเลือกแปรงสีฟันที่มีขนแปรงนุ่มกำลังดี มีปลายมน และไม่ทำร้ายเหงือกและฟัน นอกจากนี้ยังควรเลือกใช้แปรงสีฟันแบบพิเศษที่ออกแบบขนแปรงตรงกลางที่สั้นกว่าแถวอื่น ซึ่งช่วยในการทำความสะอาดบริเวณ Bracket (เหล็กจัดฟัน) สำหรับคนจัดฟันโดยเฉพาะ และขนแปรงแถวด้านข้างที่สามารถเข้าถึงขอบเหงือกได้ แม้ว่าจะมีอุปกรณ์จัดฟันติดอยู่ก็ตาม

คนจัดฟันเลือกใช้ ยาสีฟัน แบบไหนดี

คนจัดฟันมีโอกาสที่ฟันจะผุมากกว่าคนทั่วไป เนื่องจากการจัดฟันทำให้การทำความสะอาดช่องปากนั้นยากกว่าปกติ ดังนั้นจึงควรใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์เข้มข้นจึงจะช่วยป้องกันฟันผุได้มากประสิทธิภาพ เช่น ยาสีฟัน Enzycal 1450 ที่มีปริมาณฟลูออไรด์อยู่ที่ 1450 ppm

คุณแม่ตั้งครรภ์

เมื่อตั้งครรภ์ ไปหาหมอฟันได้ไหม

คุณแม่ตั้งครรภ์สามารถตรวจฟันตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์หรือหลังทราบว่าตั้งครรภ์ เพื่อการวางแผนการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันควบคู่กับการตั้งครรภ์ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง โดยในช่วง 4-6 เดือนแรก ควรรีบไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพเหงือกและฟันให้เรียบร้อย

ทำไมคุณแม่ตั้งครรภ์ถึงต้องดูแลสุขภาพช่องปากเป็นพิเศษ

เพราะฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงในช่วงตั้งครรภ์ส่งผลให้เหงือกอ่อนแอ คุณแม่ตั้งครรภ์หลายคนเลยมีอาการเหงือกบวมแดงและเลือดออกได้ง่ายในขณะแปรงฟัน อีกทั้งการที่คุณแม่รับประทานอาหารบ่อยขึ้นกว่าเดิมเมื่อรู้สึกหิว จะทำให้เกิดสภาวะเป็นกรดในช่องปากเพิ่มมากขึ้นด้วย ซึ่งหากคุณแม่ปล่อยให้ช่องปากอยู่ในภาวะเป็นกรดนานเท่าไร ก็มีโอกาสจะเกิดฟันผุมากขึ้นเท่านั้น

ปัญหาช่องปากของคุณแม่ ส่งผลต่อลูกในครรภ์อย่างไร

จากรายงานวิจัยของสำนักทันตสาธารณสุข พบว่า การที่คุณแม่ติดเชื้อในช่องปากจากโรคฟันผุและโรคเหงือกระหว่างตั้งครรภ์ อาจส่งผลกระทบต่อลูกน้อยในครรภ์ได้ โดยคุณแม่ที่มีโรคปริทันต์อาจเสี่ยงให้เกิดภาวะคลอดก่อนกำหนด และเจ้าตัวเล็กที่อยู่ในท้องก็อาจมีน้ำหนักตัวแรกคลอดต่ำกว่าเกณฑ์

นอกจากนี้ หากคุณแม่ฟันผุ เชื้อโรคจากช่องปากของคุณแม่สามารถถ่ายทอดไปสู่ลูกในครรภ์ และทำให้ลูกมีโอกาสเสี่ยงฟันผุเพิ่มมากขึ้น

คุณแม่ตั้งครรภ์ควรเลือกใช้แปรงสีฟันแบบไหน

เนื่องจากในช่วงตั้งครรภ์ คุณแม่จะมีระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนสูงขึ้น ส่งผลให้เนื้อเยื่อต่างๆ โดยเฉพาะเหงือกเกิดการอักเสบและเลือดออกง่าย ทำให้คุณแม่รู้สึกเจ็บและไม่กล้าแปรงฟัน 

แปรงสีฟันที่คุณแม่ควรเลือกใช้ระหว่างตั้งครรภ์จึงควรมีขนแปรงนุ่มเป็นพิเศษ ปลายขนแปรงกลมมน อ่อนโยนต่อเหงือกที่อยู่ในภาวะเซนซิทิฟของคุณแม่ตั้งครรภ์

และควรใช้คู่กับยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ เพื่อช่วยป้องกันฟันผุได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สุขภาพช่องปากลูกรัก

ฟันน้ำนมผุ เกิดจากอะไร

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ฟันน้ำนมผุ คือ การปล่อยให้ลูกน้อยนอนหลับคาขวดนม ซึ่งแบคทีเรียที่อยู่ในช่องปากจะย่อยน้ำตาลที่อยู่ในนม แล้วสร้างกรดออกมา ซึ่งเป็นอันตรายต่อผิวฟันและทำให้เกิดฟันผุได้

อีกหนึ่งสาเหตุคือ ความเข้าใจผิดของคุณพ่อคุณแม่ที่คิดว่าเดี๋ยวฟันน้ำนมก็ต้องหลุดไป จึงไม่ได้ใส่ใจดูแลสุขภาพช่องปากของลูกและปล่อยให้ลูกรับประทานขนมตามใจชอบ

กและฟันให้เรียบร้อย

จะเป็นอย่างไรถ้าลูกน้อยต้องสูญเสียฟันน้ำนมก่อนวัยอันควร

ฟันน้ำนมจะเริ่มทยอยหลุดเมื่อลูกน้อยอายุประมาณ 6 ปี เพื่อให้ฟันแท้ขึ้นมาทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป 

แต่หากฟันน้ำนมของลูกหลุดออกไปก่อนถึงเวลาของฟันแท้ อาจทำให้ลูกมีปัญหาเรื่องการบดเคี้ยว ส่งผลให้ขากรรไกรไม่เจริญเติบโตและหรือเติบโตผิดรูปได้ นอกจากนี้ หากพื้นที่ที่เคยเป็นฟันน้ำนมซี่ที่หลุดออกไปกลายเป็นช่องว่าง และยังไม่มีฟันแท้ขึ้นมาแทนที่ ฟันซี่อื่นในบริเวณใกล้เคียงก็จะเกิดการล้มเอียง บิด เก และอาจไปขัดขวางฟันแท้ที่กำลังจะขึ้นมาแทนที่ ส่งผลให้ฟันแท้ที่ควรจะขึ้นในตำแหน่งดังกล่าวขึ้นผิดทิศทาง และกลายเป็นปัญหาต่อไปในอนาคต

จึงทำให้ฟันผุได้ง่ายนั่นเอง

ทำอย่างไรไม่ให้ลูกฟันผุ
  1. แปรงฟันให้ลูกอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมออย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง (เช้า-ก่อนนอน) ด้วยยาสีฟันที่ผสมฟลูออไรด์ หากคุณพ่อคุณแม่เริ่มฝึกให้ลูกแปรงฟันด้วยตัวเองแล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรช่วยแปรงซ้ำให้ทั่วทุกซี่ทุกด้านของฟัน
  2. ฝึกไม่ให้ลูกนอนหลับคาขวดนม
  3. ฝึกให้ลูกๆ รับประทานอาหารเป็นเวลา กินเป็นมือ รวมถึงหลีกเลี่ยงการกินจุบจิบ โดยเฉพาะขนมขบเคี้ยวด้วย
  4. ควบคุมเรื่องขนมหวานที่มีลักษณะเหนียวติดฟันในช่วงอาหารระหว่างมื้อ รวมถึงให้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์แทน เช่น ผลไม้
  5. พาลูกพบคุณหมอฟันทุกๆ 6 เดือน ตั้งแต่ฟันน้ำนมซี่แรก เพื่อตรวจเช็คสภาพช่องปากของลูกน้อย ช่วยให้ผู้ปกครองได้รับคำแนะนำในการดูแลป้องกันก่อนการเกิดโรคที่เหมาะสมกับลูกน้อยในแต่ละช่วงวัย และยังทราบสภาพที่อาจเกิดขึ้นกับลูกน้อยตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อเตรียมการในอนาคต
เลือกแปรงสีฟันอย่างไรให้ลูกดี
  1. เลือกใช้แปรงสีฟันเหมาะกับช่องปากของเด็ก ไม่นำแปรงของผู้ใหญ่มาให้เด็กๆ ใช้
  2. เลือกใช้แปรงสีฟันที่เหมาะกับอายุของลูกน้อย เช่น 

> ช่วง 6 เดือน – 5 ขวบ ฟันน้ำนมกำลังงอกขึ้นมาเรื่อยๆ : 

ควรจะใช้แปรงสำหรับเด็กที่มีขนแปรงนุ่ม ปลายขนแปรงกลมมน หน้าตัดตรง หัวแปรงขนาดเล็ก และมีความยาวขนแปรงสั้นกว่าขนแปรงของผู้ใหญ่ ในด้านวัสดุเองก็ควรทำให้ปลอดภัยและไม่เป็นอันตรายกับการใช้งานอย่างแปรงสีฟัน

> ช่วง 6 – 12 ขวบ ฟันแท้เริ่มเข้ามาแทนที่ : 

ควรใช้แปรงสีฟันสำหรับเด็กที่มีหัวแปรงขนาดกะทัดรัด เหมาะกับช่องปากของเด็กๆ ในวัยนี้ มีขนแปรงปลายมน นุ่มพิเศษเพื่อช่วยให้ทำความสะอาดบริเวณช่องปากเล็กๆ ของลูกรักที่อยู่ในวัยเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดจากการฟันน้ำนมหลุด และความรู้สึกรำคาญในช่วงฟันแท้เริ่มขึ้น