ของหวานคืออีกหนึ่งสิ่งรื่นรมณ์ที่ช่วยทำให้เรานั้นอารมณ์ดี แต่การกินของหวานแล้วเสียวฟัน ก็เป็นสิ่งน่าขัดใจที่ทำให้อารมณ์ของเรานั้นสะดุด จนกินของหวานไม่อร่อยถึงใจ ทั้ง ๆ ที่ของหวานเหล่านั้นไม่ใช่อาหารที่มีความเย็นซะด้วยซ้ำ ทำให้ความสุขในการของหวานนั้นหมดไป ปัญหากินของหวานแล้วเสียวฟันนี้จึงต้องแก้ไข Curaprox จึงจะพาคุณไปหาคำตอบในเรื่องนี้กัน
อะไรคือสาเหตุของการกินของกินของหวานแล้วเสียวฟัน
อาการปวดฟันที่จริงแล้วมีหลายสาเหตุ ซึ่งจะมีลักษณะอาการและสาเหตุของการเกิดที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น
- โรคฟันผุ โดยผู้ป่วยจะมีอาการเสียวฟันเวลาดื่มน้ำร้อนหรือน้ำเย็น และบางครั้งก็อาจจะรู้สึกปวดฟันขึ้นมาในขณะเคี้ยวอาหาร
- การอักเสบของเนื้อเยื่อในโพรงประสาทฟัน มักจะเป็นผลจากฟันที่ผุลึกมาก และมักจะมีอาการปวดฟันขึ้นมาเองโดยไม่ต้องมีสิ่งกระตุ้น โดยเฉพาะในเวลากลางคืน
- ปลายรากฟันอักเสบเป็นหนอง เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากการอักเสบของเนื้อเยื่อในโพรงประสาทฟัน ที่จะลุกลามไปที่ปลายรากของฟัน ทำให้เกิดการติดเชื้อและเป็นหนองบริเวณปลายรากฟัน อาการปวดจึงมักจะมาพร้อมกับอาการบวมนั่นเอง
- ฟันคุด กรณีนี้จะเกิดจากฟันซี่ในสุดงอกขึ้นมาได้ไม่เต็มที่ จึงมักเกิดอาการปวดจากการที่ฟันคุดนี้พยายามดันตัวขึ้นมา
- โรคเหงือกอักเสบและปริทันต์อักเสบ มักมีสาเหตุมาจากคราบหินน้ำลายหรือหินปูน จะทำให้หงือกอักเสบ บวม และปวดฟันได้ ผู้ป่วยมักมีอาการปวดหนึบ ๆ หรือปวดอย่างน่ารำคาญ ร่วมกับแปรงฟันที่มีเลือดออก
แต่ทว่า อาการกินของหวานแล้วเสียวฟัน มีสาเหตุที่แตกต่างออกไปเล็กน้อย เพราะเมื่อเรากินอาหารประเภทน้ำตาลเข้าไป น้ำลายจะย่อยสลายน้ำตาลให้กลายเป็นกรด และเจ้ากรดจากการย่อยน้ำตาลที่ว่านี่แหละ คือตัวการที่แทรกซึมไปยังเนื้อฟันและประสาทฟัน ทำให้เรารู้สึกปวดฟันจี๊ดขึ้นมา และหากฟันผุของเรามีอาการที่หนัก ก็อาจรู้สึกปวดฟันตุบ ๆ ไล่ไปตามแนวสันกราม แล้วลามไปปวดศีรษะเพิ่มมาอีกอาการด้วยเช่นกัน

เสียวฟัน หรือปวดฟันมาก ๆ บรรเทาอาการยังไงดีนะ
หากต้องการให้หายปวดได้มากที่สุด ก็ต้องหยุดรับประทานของหวานและอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูง รวมไปถึงอาหารชนิดอื่น ๆ ที่สามารถไปกระตุ้นอาการปวดฟันได้ เช่น อาหารที่ร้อนจัด เย็นจัด และเมื่อรู้ตำแหน่งของฟันที่ปวดแล้ว ก็ควรหลีกเลี่ยงการเคี้ยวอาหารด้วยฟันซี่นั้น ๆ แต่ก็มีวิธีบรรเทาอาการต่าง ๆ ได้อยู่ ดังนี้
-
วิธีบรรเทาอาการวิธีที่ 1
หลังทานอาหาร หากปวดเหงือกเพราะมีเศษอาหารติด ให้รีบแปรงฟัน หรือแคะเอาเศษอาหารออก จากนั้นให้อมน้ำเกลือเพื่อฆ่าเชื้อไว้ในปาก 2 ถึง 3 นาทีแล้วบ้วนทิ้ง โดยให้ทำซ้ำแบบเดิมหลาย ๆ รอบเพื่อขจัดกรดที่อยู่ภายในช่องปาก
-
วิธีบรรเทาอาการวิธีที่ 2
บ้วนปากด้วยน้ำเกลืออุ่น ๆ ทุก ๆ 1 ชั่วโมง และกลั้วปากครั้งละ 1 นาที เพื่อทำให้ในช่องปากมีการ ไหลเวียนถ่ายเท เชื้อโรคที่มีอยู่จะได้ระบายไหลออกไป
-
วิธีบรรเทาอาการวิธีที่ 3
ใช้น้ำแข็งประคบที่แก้มข้างที่ปวด อาจทำให้ทุเลาอาการปวดลงได้
ซึ่งหากใช้วิธีเหล่านี้แล้วรู้สึกปวดฟันจนทนไม่ไหว หากทานยาพาราไปแล้วยังไม่ทุเลาลง ก็ควรไปพบทันตแพทย์เพื่อทำการรักษาอาการปวดฟันต่อไป

พาราช่วยแก้ปวดฟันได้ไหมนะ
เพราะยาพาราเป็นเหมือนยาแก้ปวดครอบจักรวาล จึงมักมีคำถามว่าจะแก้อาการปวดฟันด้วยยาพาราเซตามอลได้หรือไม่ ซึ่งถ้าหากมีอาการปวดฟันเพียงเล็กน้อย หรือพึ่งเริ่มรู้สึกปวดฟัน อาจลองบรรเทาอาการปวดเบื้องต้น ด้วยยาแก้ปวดพาราเซตามอลขนาด 500 มิลลิกรัมต่อเม็ดได้ ตามขนาดการใช้ยาที่ระบุไว้ที่ฉลาก และควรไปพบทันตแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง จะได้รักษาได้ทันท่วงที
วิธีการป้องกันอาการเสียวฟันจากการกินของหวาน
การป้องกันไม่ให้เกิดอาการปวดฟัน เสียวฟันเมื่อรับประทานของหวาน ควรหลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่ทำลายสุขภาพฟัน เช่น โซดา ลูกอมเคี้ยวหนึบ คาร์โบไฮเดรตที่มีปริมาณน้ำตาลสูง เพราะอาหารเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำลายเคลือบฟัน ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มเหล่านี้ไปนั่นเอง หรือลดปริมาณการทานของเหล่านี้ไม่ให้บ่อยเท่าแต่ก่อน ยกตัวอย่างเช่น
- อมยิ้ม : การอมลูกอมเป็นเวลานาน อาจทำให้กรดที่มีฤทธิ์กัดกร่อนฟันทำร้ายฟันเป็นเวลานานได้
- เยลลี่ หรืออาหารที่เหนียว : กัมมี่แบร์ ไอซิ่ง ผลไม้แห้ง และน้ำผึ้ง ล้วนเป็นอาหารที่มีความเหนียว เมื่อรับประทานอาจทำให้เกาะติดฟันได้ง่าย ทำให้แบคทีเรียมีเวลาเติบโตได้มาก
- น้ำส้ม : การรับประทานน้ำส้ม หรือน้ำผลไม้คั้น ทำให้ได้รับน้ำตาลในปริมาณที่สูง เช่นเดียวกับกรดซิตริก ซึ่งเป็นกรดที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และเป็นกรดที่มักกัดกร่อนฟัน
- เครื่องดื่มอัดลม : โคล่าและเครื่องดื่มอัดลมอื่น ๆ ไม่เพียงแต่เต็มไปด้วยน้ำตาลเท่านั้น แต่ยังมีฤทธิ์เป็นกรดอีกด้วย
ในทางที่ดี ควรเลือกรับประทานผักและผลไม้ที่มีปริมาณไฟเบอร์ นม โยเกิร์ตรสธรรมชาติ อาหารเหล่านี้จะช่วยให้ช่องปากของเรามีความชุ่มชื่น และช่วยต่อสู้กับกรดและแบคทีเรียที่กัดกินฟัน นอกจากการหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารเหล่านี้แล้ว ต้องมีการแปรงฟัน และดูแลสุขภาพช่องปากให้ถูกวิธี ซึ่งจะช่วยให้มีสุขภาพช่องปากที่แข็งแรงโดยยังสามารถเอ็นจอยกับการทานของหวานได้อยู่

สรุป
อาการกินของหวานแล้วปวดฟัน สามารถป้องกันและรักษาเบื้องต้นได้ด้วยตนเอง แต่แน่นอนว่าการไปตรวจกับทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็เป็นสิ่งที่ควรกระทำ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอาการกินของหวานแล้วปวดฟัน ร่วมไปกับการแปรงฟันให้ถูกวิธี และการใช้แปรงสีฟันและยาสีฟันที่มีคุณภาพ รวมไปถึงการใช้ไหมขัดฟันและน้ำยาป้วนปากร่วมด้วยนั่นเอง
เราจึงอย่าลืมหาแปรงสีฟันและยาสีฟันที่เหมาะสมกับสุขภาพช่องปากมาใช้งานควบคู่กันไป เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ของ Curaprox ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสุขภาพทางช่องปากที่แตกต่างกันในแต่ละคน เพราะสุขภาพช่องปากที่ดี อยู่ในมือคุณ








