ปัญหากลิ่นปากที่แม้จะแปรงฟันเท่าใดก็ไม่หายไป ผนวกเข้ากับอาการระคายคอที่เกิดขึ้น แถมพอดื่มน้ำลงไปกลับรู้สึกเหมือนมีอะไรติดอยู่ในคอของเราอีก นั่นแหละเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึง ‘นิ่วทอนซิล’ ก้อนสีเหลืองกลิ่นแรงที่ติดอยู่ภายในคอของเรา เจ้านิ่วก้อนนี้น่ากังวลแค่ไหน แล้วมันเกิดจากอะไรกันแน่ Curaprox จะมาช่วยไขคำตอบนั้น พร้อมบอกกับวิธีการรักษาและการป้องกันการเกิดนิ่วทอนซิลให้กับคุณเอง!
ทำความรู้จักนิ่วทอนซิล ต้นเหตุของกลิ่นปากที่หลายคนอาจไม่ทราบ
นิ่วทอนซิล หรืออีกชื่อหนึ่ง ทอนซิลสโตน คือก้อนสีขาวเหลืองขุ่น ๆ ขนาดประมาณเมล็ดข้าว หรือเมล็ดถั่ว ที่เกิดจากการรวมตัวกันของเศษอาหาร แบคทีเรีย หรือเซลล์ที่ตายไปแล้ว เข้าไปติดอยู่ตามซอกหลืบ และอุดตันที่บริเวณท่อของต่อมทอนซิล จนทำให้เกิดก้อนทอนซิลตามมา
ซึ่งก้อนเหลือง ๆ ในคอที่เกิดจากการสะสมของแบคทีเรีย และเซลล์ที่ตายแล้วนี้ แม้จะไม่ได้ส่งผลอันตรายร้ายแรงต่อชีวิต แต่ก็ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยจะทำให้มีกลิ่นปาก และรู้สึกระคายเคือง หรือมีอะไรติดคออยู่ตลอดเวลา
ส่วนกลิ่นปากที่เกิดจากนิ่วทอนซิล สาเหตุจะเกิดจากการหมักหมมของน้ำลายผสมกับอาหาร เศษเนื้อที่ตายแล้วของต่อมทอนซิล และแบคทีเรียที่ไม่ต้องการอากาศ ที่เป็นตัวสร้างแก๊สไข่เน่ารอบ ๆ ก้อนนิ่ว ทำให้เมื่อลมหายใจผ่านก้อนนิ่วนี้ออกมา ก็จะสิ่งกลิ่นเหม็นตามมาด้วยนั่นเอง

สาเหตุการเกิดนิ่วทอนซิล หรือทอนซิลสโตน
นักวิจัยสันนิษฐานว่าผู้ที่มีอาการทอนซิลอักเสบหลายครั้ง มีความเสี่ยงสูงในการเกิดนิ่วทอนซิล เนื่องจากการติดเชื้อของทอนซิลทำให้เกิดการสร้างเนื้อเยื่อส่วนเกินมากขึ้น และเนื้อเยื่อเหล่านี้อาจก่อตัวเป็นซอกและร่องในต่อมทอนซิน จึงทำให้เซลล์ที่ตายแล้ว น้ำลาย และเศษอาหารต่าง ๆ ติดอยู่จนเกิดการรวมตัวของแบคทีเรียและเชื้อราที่ส่งกลิ่นเหม็น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะค่อย ๆ จับตัวกันเป็นก้อนแข็งที่เรียกว่านิ่ว ผู้ป่วยบางรายอาจมีนิ่วทอนซิลเพียง 1 ก้อน ในขณะที่รายอื่น ๆ อาจมีนิ่วทอนซิลก้อนเล็ก ๆ จำนวนมาก ซึ่งสาเหตุของนิ่วทอนซิลนั้น เกิดได้จาก
- การรักษาความสะอาดช่องปากที่ไม่เพียงพอ
- ต่อมทอนซิลที่มีขนาดใหญ่
- ปัญหาไซนัสเรื้อรัง
อาการของนิ่วทอนซิล มีอะไรบ้าง
- รู้สึกคล้ายกับว่ามีก้างปลาติดคอ
- รับประทานอาหาร หรือดื่มน้ำ จะมีความรู้สึกเหมือนติดคอ ซึ่งการกลืนอาหารลำบากนี้ มักขึ้นอยู่กับตำแหน่งและขนาดของนิ่ว ซึ่งอาจสร้างความยากลำบาก หรือความเจ็บปวดระหว่างการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มได้
- มีกลิ่นปาก เป็นองค์ประกอบสำคัญในการบ่งบอกถึงอาการนิ่วทอนซิล ซึ่งอาจแสดงถึงการติดเชื้อด้วยเช่นกัน
- เจ็บคอ หรือไอเรื้อรัง เนื่องจากนิ่วทอนซิลมักก่อให้เกิดการระคายเคืองและเจ็บคอ หากนิ่วเกิดขึ้นร่วมกับทอนซิลอักเสบ อาจยากสำหรับการวินิจฉัยว่าการเจ็บคอนั้นเกิดจากการติดเชื้อของทอนซิล หรือนิ่วทอนซิล
- บางครั้งรสชาติอาหารผิดไป รู้สึกเหมือนรสโลหะ
- เมื่อก้อนนิ่วมีขนาดใหญ่มากพอ เพียงแค่อ้าปาก ก็สามารถมองเห็นก้อนนิ่วทอนซิลได้ โดยนิ่วทอนซิลจะมองเห็นได้บริเวณหลังช่องคอ แต่บ่อยครั้งที่นิ่วมักซ่อนตัวอยู่ในต่อมทอนซิล จึงทำให้ยากต่อการมองเห็น ในบางกรณีอาจใช้การ CT Scan หรือการสร้างภาพด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เพื่อช่วยในการวินิจฉัย
- มีอาการปวดร้าวไปที่หู ซึ่งนิ่วทอนซิลเกิดขึ้นได้ทุกบริเวณของต่อมทอนซิล และอาจทำให้เจ็บหู ซึ่งเป็นผลจากการอักเสบของทางเดินประสาทร่วมระหว่างหูและต่อมทอนซิล
- หากมีอาการอักเสบจากการติดเชื้อ หรือนิ่วทอนซิลจับตัวแข็งเป็นก้อน จะทำให้มีขนาดใหญ่และบวมขึ้น

ทอนซิลสโตน รักษายังไงกันนะ
การรักษานิ่วทอนซิล หรือทอนซิลสโตน รักษาได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับการประเมินของทันตแพทย์ และระดับความรุนแรงของก้อนทอนซิลที่เกิดขึ้น เช่น ในกรณีที่มีนิ่ว หรือก้อนทอนซิลขนาดเล็ก สามารถบ้วนคอด้วยน้ำเกลืออุ่น ๆ หรือใช้สำลีเขี่ยออกได้ แต่ถ้ามีขนาดปานกลางถึงใหญ่ อาจต้องใช้เครื่องพ่นน้ำสำหรับช่องปากฉีดออก หรือผ่าตัดต่อมทอนซิลด้วยเลเซอร์ เพื่อกำจัดเนื้อเยื่อบริเวณที่มีนิ้วออกไป
ทอนซิลสโตน รักษาโดยไม่ใช้วิธีการผ่าตัด
- กดบริเวณต่อมทอนซิลด้วยก้านสำลี แปรงสีฟัน ไม้แคะหูพันสำลี หรือของที่ไม่มีความคม และกดด้วยความเบามือ เพื่อป้องกันการบาดเจ็บ
- ทำความสะอาดมือ และนิ้วมือให้สะอาด หลังจากนั้นใช้นิ้วมือล้วงเข้าไปในปาก พร้อมทั้งกดบริเวณส่วนล่างของต่อมทอนซิล เพื่อให้นิ่วทอนซิลจะได้หลุดออก
- กลั้วคอด้วยน้ำเกลืออุ่น ๆ การกลั้วคอแรง ๆ อาจช่วยให้นิ่วทอนซิลหลุดออกมา
- พ่นน้ำทำความสะอาดที่ต่อมทอนซิล เพื่อให้นิ่วทอนซิลหลุดออกมา
- ใช้นิ้วมือนวดบริเวณขากรรไกร เพราะจะตรงกับจุดต่อมทอนซิลพอดี เพื่อกระตุ้นให้นิ่วหลุดออก
ทอนซิลสโตน รักษาโดยใช้วิธีการผ่าตัด
- ใช้กรด Trichloracetic Acid หรือเลเซอร์ (Laser Tonsillotomy) จี้ต่อมทอนซิล เพื่อเปิดขอบร่องของต่อมทอนซิลให้กว้าง ไม่ให้เป็นซอกหลืบ ที่จะเป็นที่สะสมของสิ่งต่าง ๆ ได้อีก ซึ่งสามารถทำได้โดยใช้ยาชาเฉพาะที่
- การตัดต่อมทอนซิลออก วิธีนี้จะเป็นการรักษาที่หายขาดที่สุด

วิธีการป้องกันทอนซิลสโตน หรือนิ่วทอนซิลด้วยตนเอง
การป้องกันไม่ให้เศษอาหารไปตกค้างอยู่ที่ต่อมทอนซิลจนเกิดก้อน หรือนิ่วตามมาเป็นเรื่องยาก เพราะต่อมทอนซิลจะมีซอกหลืบอยู่ แต่เราก็สามารถที่จะป้องกันไม่ให้เกิดการอักเสบที่ลำคอได้ โดยการดูแลรักษาฟันและช่องปากให้สะอาดอยู่เสมอ ยกตัวอย่างเช่น
- ล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหาร
- ทำความสะอาดฟันอย่างถูกวิธี ด้วยการวางขนแปรงให้ทำมุม 45 องศากับขอบเหงือก และเลือกใช้แปรงสีฟันที่มีขนอ่อนนุ่ม และยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์
- หมั่นกลั้วปากด้วยน้ำเกลือ เพื่อลดการก่อตัวของก้อนนิ่ว
- ดื่มน้ำในปริมาณมาก เพื่อให้ช่องปากชุ่มชื้นอยู่เสมอ
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารก่อนนอน เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคกรดไหลย้อน ซึ่งจะกระตุ้นให้ลำคอเกิดการอักเสบได้
- หากมีความผิดปกติที่ต่อมทอนซิล ควรปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ
สรุป
แม้ว่าดูเผิน ๆ การปล่อยนิ่วทอนซิล หรือทอนซิลสโตนเหล่านี้เอาไว้ จะเป็นแค่อาการติดขัดน่าหงุดหงิดใจเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ทว่า การปล่อยพวกมันเอาไว้นี่แหละ ก็ก่อให้เกิดปัญหาอันน่าปวดหัวอื่น ๆ ตามมา ทั้งกลิ่นปาก เจ็บคอ ไอเรื้อรัง รู้สึกเหมือนมีอะไรติดคอตลอดเวลา กระทั่งเกิดการอักเสบจนทำให้เกิดอาการเจ็บปวดต่าง ๆ ตามมาได้ ฉะนั้นแล้ว การรักษาทอนซิลสโตนที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสม ไม่ปล่อยทิ้งเอาไว้จนเกิดเป็นปัญหาเรื้อรัง และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่าง ๆ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดนิ่วทอนซิล จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลยนั่นเอง








