“ลูกน้อยฟันน้ำนมผุ” นับเป็นปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพในช่องปากที่คุณพ่อคุณแม่พบเจอได้บ่อย และอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องไม่สำคัญ เพราะสักวันฟันน้ำนมก็จะต้องหลุดไปกลายเป็นฟันแท้ แต่รู้หรือไม่ว่า ฟันน้ำนมนั้นมีความสำคัญกับเด็กๆ มากกว่าที่คุณคิด เพราะฟันน้ำนมมีหน้าที่ช่วยบดเคี้ยวอาหาร ช่วยในการออกเสียง ซึ่งมีผลต่อบุคลิกภาพที่ดีของเด็กในอนาคต อีกทั้งยังเป็นปัจจัยในการขึ้นของฟันแท้ให้ขึ้นในตำแหน่งที่ถูกต้องได้อีกด้วย
ดังนั้น หากลูกน้อยมีฟันน้ำนมผุจึงควรรีบหาสาเหตุ วิธีการดูแลและวิธีการป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อรักษาฟันน้ำนมซี่สำคัญเอาไว้ไม่ให้เกิดปัญหาตามมาได้ในภายหลัง
ลูกน้อยฟันน้ำนมผุเกิดจากอะไร?

สำหรับอาการฟันน้ำนมผุนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุ และมักเกิดจากวิธีการดูแลของผู้ปกครองเป็นสำคัญ เช่น การปล่อยให้ลูกรับประทานอาหารจุบจิบ ทานแต่อาหารหวาน หรือมีลักษณะเหนียวติดฟัน และการปล่อยให้ลูกน้อยหลับคาขวดนม ซึ่งพฤติกรรมการกินเหล่านี้เพิ่มโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดฟันผุก็ยิ่งมีมากขึ้น รวมถึงการดูแลรักษาความสะอาดภายในช่องปากที่ไม่ดีพอ เช่น การใช้แปรงสีฟันผู้ใหญ่แปรงให้เด็ก การแปรงฟันที่ไม่ถูกวิธี การแปรงฟันไม่ครบ 2 เวลาเช้า-เย็น หรือการละเลยในการเช็คความสะอาดหลังแปรงฟันให้เด็ก
นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้เกิดโรคฟันน้ำนมผุได้อีก เช่น การที่เด็กมีโครงสร้างของฟันที่ไม่สมบูรณ์จากการคลอดก่อนกำหนด มีน้ำหนักตัวแรกเกิดน้อย แม่ติดเชื้อขณะตั้งครรภ์ ทำให้ฟันผุง่ายขึ้นด้วย
ระยะของโรคฟันผุ
โรคฟันผุ สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ระยะ ดังนี้
- ระยะที่ 1 การผุในชั้นเคลือบฟัน จะเป็นระยะที่ยังไม่เห็นรูผุบนฟัน จะเห็นเพียงแค่บริเวณเคลือบฟันมีลักษณะเป็นรอยขาวขุ่น หรือเป็นจุดสีน้ำตาลโดยไม่มีอาการใดๆ เกิดจากการสูญเสียแร่ธาตุจากตัวฟันมากกว่าการคืนกลับแร่ธาตุ แต่ยังไม่มากจนเกิดเป็นรูผุ
- ระยะที่ 2 การผุถึงชั้นเนื้อฟันแต่ไม่ถึงโพรงประสาทฟัน จะเป็นระยะที่เห็นรูผุบนฟันชัดเจน เพราะเกิดหลุมหรือโพรงบนผิวฟันและเนื้อฟัน ซึ่งมีการสูญเสียแร่ธาตุอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งมีการทำลายโครงสร้างของฟัน อาจไม่มีอาการหรือมีอาการเสียวฟัน ปวดฟัน แต่ถ้าปล่อยไว้ไม่ได้รับการรักษา อาจลุกลามจนทะลุโพรงประสาทฟันได้
- ระยะที่ 3 การผุลุกลามถึงโพรงประสาทฟันทำให้มีอาการปวดฟันมาก เชื้อโรคอาจลุกลามจนเกิดฝีที่ปลายรากฟัน รวมทั้งอาจลุกลามไปยังเนื้อเยื่อและอวัยวะข้างเคียง ทำให้ใบหน้า ลำคอ บวม เจ็บปวดมาก บางครั้งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
ลูกเริ่มฟันน้ำนมผุได้ตั้งแต่ตอนไหน?

อาการฟันน้ำนมผุของลูกน้อยสามารถเป็นได้ตั้งแต่เริ่มมีฟันน้ำนมซี่แรก นั่นก็คือ ตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป ซึ่งอาการฟันผุในน้ำนมจะเกิดขึ้นง่ายกว่าฟันแท้มาก เนื่องจากฟันน้ำนมมีชั้นเคลือบฟันน้ำนมหนาประมาณครึ่งหนึ่งของฟันแท้ รวมถึงมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส เป็นองค์ประกอบน้อยกว่าด้วย
ตำแหน่งฟันน้ำนมที่ผุบ่อย
สำหรับตำแหน่งของฟันน้ำนมที่ผุบ่อยๆ จะเป็นฟันน้ำนมซี่หน้าบน และฟันกรามด้านบดเคี้ยว ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ใช้ในการบดเคี้ยวทำให้มีเศษอาหารเข้าไปติดค้างได้ง่าย ถ้าหากทำความสะอาดไม่ดีพอย่อมทำให้เกิดโรคฟันผุตามมาได้แน่นอน
เมื่อลูกน้อยฟันน้ำนมผุ ดูแลรักษาอย่างไร?
หากลูกน้อยมีอาการฟันน้ำนมผุ คุณพ่อคุณแม่พาลูกน้อยพบกับทันตแพทย์เพื่อทำการรักษา จากนั้นพบทันตแพทย์เป็นประจำทุกๆ 6 เดือน เพื่อคอยตรวจสภาพในช่องปากและรับทราบการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างทางกายภาพที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้ การดูและรักษาสุขภาพภายในช่องปากให้สะอาดอยู่เสมอก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน โดยวิธีการดูแลสุขภาพในช่องปากของลูกน้อยที่ถูกต้อง คือ การแปรงฟันด้วยวิธีที่ถูกต้อง พร้อมทั้งคุณพ่อคุณแม่ควรเสริมสร้างแรงจูงใจ เช่น ให้เด็กเลือกแปรงสีฟันที่ชอบ เพื่อกระตุ้นให้เด็กอยากแปรงฟัน แต่ก็ต้องไม่ลืมที่จะเลือกแปรงสีฟันที่เหมาะกับสุขภาพช่องปากของเด็กๆ ด้วย อย่างเช่น แปรงสีฟัน CURAPROX BABY แปรงสำหรับเด็กที่มีขนแปรงนุ่ม ปลายขนแปรงกลมมน หน้าตัดตรง หัวแปรงขนาดเล็ก และมีความยาวขนแปรงสั้นกว่าขนแปรงของผู้ใหญ่ พร้อมด้ามจับที่ออกแบบมาให้เหมาะมือและมีสีสันสวยงามถูกใจเด็กๆ ทำให้ลูกน้อยพร้อมที่จะหยิบแปรงขึ้นมาแปรงฟันในทุกวัน
รวมถึงควรเลือกใช้ยาสีฟันที่มีส่วนประกอบของฟลูออไรด์ ซึ่งช่วยป้องกันฟันผุได้ อย่าง ยาสีฟัน CURAPROX Kids ที่เหมาะสำหรับเด็กเพราะมีกลิ่นผลไม้ที่ช่วยให้เพลิดเพลินขณะแปรงฟัน รสชาติไม่แสบร้อน และไม่ใส่ส่วนประกอบที่อาจก่อให้เกิดการแพ้ เช่น สาร SLS ไตรโคซาน สารกันบูดประเภทพาราเบน และเมนทอล อ่อนโยนต่อเนื้อเยื่อในช่องปากและช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับเหงือกและฟันของลูกน้อยได้อย่างเต็มที่ด้วยส่วนผสมของฟลูออไรด์ และระบบเอนไซม์ที่ช่วยกระตุ้นน้ำลายทำหน้านที่ยับยั่งการเจริญเจิบโตของเชื้อแบคทีเรียโดยการพึ่งพิงกลไกธรรมชาตืในช่องปาก
