“ลิ้นเป็นแผล” นับเป็นอีกหนึ่งปัญหาสุขภาพที่หลายคนคงจะเคยเป็นกันมาก่อน ไม่ว่าจะมีอาการเป็นๆ หายๆ หรือเป็นแบบเรื้อรัง แต่เนื่องด้วยเป็นอาการเล็กๆ ที่รู้สึกว่าปล่อยเอาไว้เดี๋ยวก็หายได้เอง อาจทำให้ไม่รู้สึกว่าจำเป็นจะต้องหาหมอ หรือทำการรักษาอย่างจริงจัง
แต่รู้หรือไม่ว่า อาการลิ้นเป็นแผลนั้นอาจบ่งบอกสุขภาพได้ด้วย ดังนั้น มาดูกันดีกว่าว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการลิ้นเป็นแผลนั้นเกิดขึ้นจากอะไร อาการแบบไหนที่อันตรายหรือเป็นสัญญาณของโรคร้ายที่ตามมา รวมถึงจะมีวิธีการดูสุขภาพในช่องปากอย่างไรบ้าง เพื่อให้ปราศจากอาการลิ้นเป็นแผลหรือลดอัตราเสี่ยงที่ทำให้ลิ้นเป็นแผลได้มากขึ้น ซึ่งจะมีเรื่องอะไรที่ต้องรู้บ้าง ตามไปดูพร้อมๆ กันเลย
ลิ้นเป็นแผล เกิดจากอะไร

อาการเจ็บลิ้นซึ่งเกิดจากการที่ลิ้นเป็นแผลสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ส่วนใหญ่จะเป็นสาเหตุที่จะสังเกตเห็นได้ชัดเจน ยกตัวอย่างเช่น
- อุบัติเหตุจากการกัดลิ้น โดยอาจจะเกิดขึ้นตอนรับประทานอาหารแล้วเผลอกัดลิ้น หรือเกิดจากการกระแทกโดยเหตุสุดวิสัยจนทำให้เกิดแผลบนลิ้นก็ได้ ซึ่งลิ้นที่เป็นแผลในลักษณะนี้อาจต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์กว่าแผลจะหายสนิท
- อาการร้อนใน ซึ่งจริงๆ แล้วร้อนในนั้นเป็นได้ทั่วทั้งช่องปาก รวมถึงลิ้นได้ด้วย ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการร้อนในบนลิ้น อาจเกิดจากการเผลอกัดลิ้นแล้วลุกลามจนเป็นแผลร้อนใน การรับประทานอาหารบางชนิดที่บาดลิ้น ความเครียด ความวิตกกังวล การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เป็นต้น
- การสูบบุหรี่ เนื่องจากสารเคมีในบุหรี่อาจส่งผลให้ลิ้นเกิดการระคายเคืองจนนำไปสู่อาการเจ็บลิ้นได้
- โรคเชื้อราในช่องปาก เป็นโรคที่จะทำให้ลิ้นเป็นแผลได้ ซึ่งมักจะเกิดจากการใช้ยาปฏิชีวนะ เป็นโรคเบาหวาน ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ หรือความดันโลหิตสูง
- โรคเริม เป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อไวรัส ที่มีชื่อว่า Herpe Simplex Virus (HSV) โดยสามารถแสดงอาการของโรคได้ทั่วทั้งร่างกายรวมถึงที่ลิ้นด้วย
- โรคมือเท้าปาก (Hand Foot Mouth Disease) เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสกลุ่มเอนเทอโรไวรัส
- Geographic Tongue หรือลิ้นลายแผนที่ เป็นภาวะที่ลิ้นเกิดการอักเสบ ทำให้ลิ้นมีลักษณะที่มองดูเหมือนแผนที่
- การใช้ยา เนื่องจากยาบางชนิดอาจทำให้มีอาการเจ็บลิ้นหรือลิ้นเป็นแผลได้ เช่น ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เป็นต้น
- การมีคราบอาหารที่ไม่ได้ผ่านการทำความสะอาดอย่างดีจนสะสมจนทำให้ลิ้นเป็นแผล แถมยังทำให้มีกลิ่นปาก หรือกลิ่นไม่พึงประสงค์ในปากเพิ่มขึ้นด้วย
อาการลิ้นเป็นแผลมีอะไรบ้าง
อาการลิ้นเป็นแผลนั้นมีได้ในหลายลักษณะขึ้นอยู่กับอาการของโรคที่เป็น ยกตัวอย่างเช่น
- โรคเชื้อราในช่องปาก อาการลิ้นเป็นแผลจะมีลักษณะเป็นจุดหรือรอยสีขาวบริเวณลิ้น รวมถึงบริเวณกระพุ้งแก้ม เหงือก หรือเพดานปาก ซึ่งไม่สามารถถูออกได้ ส่วนเนื้อเยื่อใต้จุดขาวมักจะเป็นสีแดง มีลักษณะเป็นแผลอักเสบและมีเลือดซึมได้ด้วย
- อาการร้อนใน จะมีลักษณะของแผลเปื่อยสีเหลืองอ่อน หรือเป็นจุดขาวๆ อยู่ในปากหรือบนลิ้น มีขอบสีแดง อาจมีแผลเดียวหรือหลายแผลอยู่รวมกันก็ได้
- อาการลิ้นลายแผนที่ลิ้นจะเป็นแผลในลักษณะเป็นปื้นแดงที่มีขอบสีขาวหรือสีอ่อนทั่วบริเวณลิ้น และทำให้พื้นผิวลิ้นไม่เรียบด้วย
- หากมีอาการติดเชื้อราในปาก เช่น เชื้อราแคนดิดาในช่องปาก จะทำให้เกิดปื้นหรือฝ้าขาวบนลิ้น ทำให้เจ็บจนรับประทานอาหารลำบาก หรือรับรสชาติที่เพี้ยนไป
- การที่ทำความสะอาดภายในช่องปากไม่ดีจะทำให้เกิดอาการลิ้นเป็นฝ้าสีน้ำตาลหรือสีดำ
วิธีดูแลรักษาสุขภาพในช่องปาก ช่วยลดอัตราเสี่ยงการเกิดลิ้นเป็นแผล

หากเป็นการรักษาโรคที่ทำให้ลิ้นเป็นแผลก็ต้องไปพบแพทย์เพื่อรักษาโรคที่เป็นต้นเหตุ แต่ถ้าหากเป็นแผลที่ลิ้นจากสาเหตุที่หายเองได้เช่น เป็นแผลจากการกัด หรือร้อนใน ก็อาจจะบรรเทาความเจ็บด้วยยาทา หลีกเลี่ยงอาหารร้อนและอาหารรสเผ็ด เลือกรับประทานแต่อาหารรสชาติอ่อนๆ รับประทานของเย็น เช่น น้ำเย็น เพื่อบรรเทาอาการเจ็บ จนกว่าแผลจะหายเอง ซึ่งจะใช้ระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์
แต่สำหรับการดูแลและรักษาสุขภาพในช่องปากที่ช่วยลดโอกาสที่ทำให้เกิดลิ้นเป็นแผลจากเรื่องของสุขอนามัยที่อาจจะดูแลได้ไม่สะอาดพอ นั่นคือ การแปรงฟันอย่างถูกวิธี
โดยการแปรงฟันที่ดีจะต้องแปรงให้ครบทุกด้านของฟัน ไล่จากพื้นที่ด้านนอกเข้าสู่ด้านในของตัวฟันด้วยแรงที่ไม่มากจนเกินไป และใช้วิธีการแปรงโดยการวางแปรงเอียง 45 องศากับตัวเหงือกและฟัน ทำการแปรงเคลื่อนไปทีละซี่ อาจจะนับ 5 – 10 ครั้งต่อซี่ เพื่อให้ขนแปรงทำความสะอาดได้อย่างทั่วถึง นอกจากนี้ อย่าลืมแปรงบริเวณด้านบดเคี้ยวของฟัน รวมถึงบริเวณลิ้น โดยแปรงจากโคนลิ้นด้านในลากออกมาที่ปลายลิ้นด้านนอก และใช้ แปรงสีฟันขนนุ่ม ที่อ่อนโยนต่อสุขภาพเหงือก ฟัน และลิ้นของเราด้วย หลีกเลี่ยงการใช้ของแข็งหรือวัตถุปลายแหลมในการทำความสะอาดลิ้น เพราะอาจทำให้ปุ่มลิ้นระคายเคืองหรือเกิดแผลได้
สรุป
ลิ้นเป็นแผล เกิดจากหลายสาเหตุด้วยกันไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ โรค หรือแม้กระทั่งการดูแลรักษาความสะอาดภายในช่องปากที่ทำได้ไม่ดีพอ ซึ่งวิธีการแก้ไขที่ดีที่สุดคือ การเข้ารับการตรวจสุขภาพภายในช่องปากเป็นประจำทุกๆ 6 เดือน หรือถ้าหากมีอาการผิดปกติของลิ้นที่บ่งบอกถึงสุขภาพและโรคต่างๆ ก็ควรที่จะเข้ารับการวินิจฉัยทันที
รวมถึงควรที่จะดูแลความสะอาดของสุขภาพในช่องปากให้ดีอยู่เสมอ โดยการแปรงฟันอย่างถูกวิธี ซึ่งการแปรงฟันไม่ใช่เพียงแค่การทำความสะอาดฟันของเราเท่านั้น แต่ยังรวมถึงลิ้นที่เป็นหนึ่งในอวัยวะช่องปากที่สำคัญ จึงควรใช้แปรงสีฟันขนนุ่มในการทำความสะอาด อย่าง Curaprox Ultrasoft ที่ช่วยลดคราบจุลินทรีย์ที่เกาะตามปุ่มลิ้นซึ่งอาจเป็นแหล่งเพาะเชื้อแบคทีเรียในช่องปาก โดยไม่ทำให้ลิ้นระคายเคืองและเกิดแผล



