Case study เรื่องความสัมพันธ์ของหมอและคนไข้ในงานประชุมใหญ่สมาคมปริทันตวิทยา 2567
‘พลิกบทบาทคนไข้สู่การเป็นเจ้าของสุขภาพช่องปากร่วมกับคุณหมอ’
เมื่อวันที่ 26-27 สิงหาคม 2567 CURAPROX ได้ไปร่วมงานประชุมใหญ่ของสมาคมปริทันตวิทยาแห่งประเทศไทยประจำปีนี้ ครั้งนี้เราไม่ได้เพียงแค่นำโปรดักต์มาแนะนำคุณหมอเท่านั้น แต่ยังมีการบรรยาย Corporate Session ในหัวข้อ ‘From Passive to Active: Engaging patients in periodontal treatment. Individually Trained Oral Prophylaxis’ โดย ‘หมอแคท’ – ทันตแพทย์หญิง กนกวรรณ เอื้อธรรมาภิมุข ตัวแทนจาก iTOP Lecturer ประเทศไทย ซึ่งเป็นโปรแกรมการฝึกอบรมเพื่อยกระดับการดูแลช่องปากโดยผู้เชี่ยวชาญของ Curaden Academy
ในบรรยายมีการนำเสนอกรณีศึกษาปัญหาที่คุณหมอโรคเหงือกต้องเจอ พร้อมทั้งแนวทางแก้ไขและ Workshop ที่แนะนำ IAP อุปกรณ์วัดขนาดซอกฟัน และแปรงซอกฟัน CPS ที่ช่วยแก้ปัญหาของคุณหมอและคนไข้ได้อย่างตรงจุด
‘เป้าหมาย’ ที่สำคัญที่สุดสำหรับทันตแพทย์คือ การรักษาคนไข้ให้หายดีโดยคนไข้สามารถดูแลตัวเองต่อได้อย่างถูกต้อง แต่การเดินทางไปสู่เป้าหมายนั้นไม่ง่ายเลย หนึ่งในความท้าทายที่ทันตแพทย์คิดไม่ตกคือ
ทำอย่างไรให้คนไข้มีบทบาทในการดูแลสุขภาพช่องปากร่วมไปกับเรา?
แม้จะฟังดูเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่การกระตุ้นให้คนไข้มีส่วนร่วมในกระบวนการนี้เป็นสิ่งที่ท้าทายเช่นกันสำหรับทุกการรักษา เพราะฉะนั้น การทำงานร่วมกันระหว่างทันตแพทย์และคนไข้จึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในการรักษาโรคเหงือก
การสื่อสารที่ชัดเจน: ทันตแพทย์ต้องสื่อสารให้คนไข้เข้าใจว่า การดูแลสุขภาพช่องปากของพวกเขามีความสำคัญพอๆ กับการรักษาของทันตแพทย์ ความสำเร็จในการรักษาจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่แค่จากทันตแพทย์เพียงฝ่ายเดียว
การปรับเปลี่ยนมุมมองและไลฟ์สไตล์: คุณหมอต้องให้คนไข้มีส่วนร่วมในการรักษา โดยการเปลี่ยนความคิดคนไข้จาก “ปากของฉัน ทันตแพทย์รับผิดชอบ” เป็น “ปากของฉัน ฉันมีส่วนร่วมรับผิดชอบกับทันตแพทย์” ช่วยสร้างเสริมพฤติกรรมเชิงบวกด้วยการแนะนำให้คนไข้ทำเรื่องที่ง่ายที่สุดที่เขาทำได้ โดยประเมินจากการให้คนไข้เป็นศูนย์กลาง (Patient-Centric) เมื่อคนไข้เริ่มต้นดูแลสุขภาพช่องปากเป็น พวกเขาก็จะมีความพร้อมที่จะเรียนรู้ทักษะใหม่ได้มากขึ้น
สร้างความไว้วางใจ: การใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย โดยไม่จำเป็นต้องใช้ศัพท์ทางการแพทย์ที่ซับซ้อน ก็สามารถช่วยสร้างบรรยากาศที่เป็นกันเองและให้คนไข้เข้าใจได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งการเปิดโอกาสให้คนไข้ถามคำถามและการให้คำปรึกษาอย่างตรงประเด็น ก็จะช่วยสร้างความไว้วางใจและกระตุ้นให้คนไข้มีส่วนร่วมในการรักษา การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีผ่านการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการรักษาคนไข้ในที่สุด
Case Study 1: การสื่อสารที่ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง
‘การร่วมมือที่ดี’ เกิดขึ้นจากการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างหมอกับคนไข้ โดยคุณหมอแคทได้ยกตัวอย่าง Case study ของคนไข้ท่านหนึ่ง
คนไข้มาหาหมอด้วยอาการเหงือกอักเสบเรื้อรังที่เกิดขึ้นซ้ำๆ แม้จะปรับการรักษาหลายครั้งแล้ว แต่คนไข้ก็ไม่หายจากโรคเสียที
คุณหมอแคทก็ไม่นิ่งนอนใจ จึงได้สอบถามคนไข้ด้วยความห่วงใยว่าคนไข้มี Lifestyle แบบไหน? ทำไมถึงไม่ใช้ไหมขัดฟัน? จากการสื่อสารที่ดีของหมอแคท คนไข้ได้ตอบกลับว่า “ไหมขัดฟันใช้งานยากเกินไป” เมื่อทราบถึงปัญหา คุณหมอแคทจึงเสนอวิธีที่ง่ายขึ้นในการทำความสะอาดให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนไข้
ต่อมา หมอแคทได้วางแผนการรักษาแบบ Homecare ที่ปรับเฉพาะสำหรับคนไข้รายนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ คนไข้ปฏิบัติตามแผนการรักษาจนสำเร็จ โดยใช้เวลาถึงห้าปี
คุณหมอแคทเน้นย้ำว่า ไม่ว่าการรักษาจะเริ่มต้นอย่างไร ถ้าเราเชื่อในแนวคิดของการสื่อสารที่ดีและความสัมพันธ์ที่ดี และคนไข้เองก็เห็นความใส่ใจจากทันตแพทย์ ทุกการรักษาย่อมเป็นไปได้เสมอ
Case Study 2: Oral care product มากมาย แต่อาจจะไม่ใช่ทุกอย่างที่เหมาะกับคนไข้
‘ใช้ได้ ≠ ใช้ถูก’ การมีอุปกรณ์ทำความสะอาดที่หลากหลายเป็นเรื่องดี แต่จะดีกว่าไหมถ้าใช้อุปกรณ์เหล่านั้นอย่างถูกวิธี? ถ้าคนไข้ไม่รู้วิธีการใช้ที่ถูกต้อง ก็อาจจะเจ็บตัวจนทำให้เกิดปัญหาสุขภาพช่องปากได้ ท้ายที่สุดก็ต้องมาพบคุณหมอเพื่อแก้การรักษาอยู่บ่อยครั้ง คุณหมอจึงได้ยกตัวอย่าง Case study ที่น่าสนใจอีกเคสหนึ่งเพื่อเป็นกรณีศึกษา
คนไข้รายนี้เข้าใจผิดว่าตัวเองใช้ไหมขัดฟันอย่างถูกต้องมาตลอด แต่จริงๆ แล้วมีการใช้ผิดวิธีจนกระตุ้นให้เกิดการอักเสบของเหงือก ทำให้เป็นร่องกลายเป็นปัญหาที่เรียกว่า “Floss Cleft” ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากการขาดความตั้งใจของคนไข้ แต่เป็นผลจากการขาดความรู้ในการใช้ไหมขัดฟันอย่างถูกต้องต่างหาก
คุณหมอจึงได้แนะนำให้คนไข้เปลี่ยนมาใช้แปรงซอกฟันแทนการใช้ไหมขัดฟัน เมื่อคนไข้ได้เรียนรู้วิธีการทำความสะอาดซอกฟันที่ถูกต้องจากอุปกรณ์ที่ใช้เป็นแล้วนำกลับไปใช้ ในการนัดครั้งต่อไป คุณหมอจึงรู้สึกสบายใจมากขึ้น เพราะเห็นว่าคนไข้มีเลือดออกน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด และการรักษาก็มีพัฒนาการที่ดีขึ้นตามลำดับ
เพราะช่องว่างระหว่าง(ฟัน)เรา ไม่เท่ากัน
เมื่อช่องปากของคนไข้มีการเรียงตัวของฟันที่แตกต่างกัน แถมซอกฟันแต่ละซี่ก็มีขนาดไม่เท่ากันด้วย การใช้แปรงซอกขนาดหรือไซส์เดียวกันทุกคนคงเป็นไปได้ยาก เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ CURAPROX ออกแบบแปรงซอกฟัน CURAPROX CPS Prime ให้มีหัวแปรงให้เลือกมากมายหลายขนาดตามความเหมาะสมกับซอกฟันของแต่ละคน ถ้าสมมติคนไข้เลือกใช้หัวแปรงที่เล็กเกินไป การทำความสะอาดซอกฟันก็จะไม่ได้ประสิทธิภาพเต็มที่อาจทำความสะอาดได้แค่เล็กน้อยเมื่อเทียบกับซอกฟันที่ใหญ่กว่า ขณะเดียวกันถ้าใช้หัวแปรงที่ใหญ่เกิน ก็สามารถสร้างความเสียหายแก่เนื้อเยื่อบริเวณเหงือกได้ เพราะฉะนั้นการเลือกขนาดแปรงซอกฟันที่ใช่และการใช้แบบถูกหลักควรได้รับคำแนะนำจากทันตแพทย์โดยตรง
วัดซอกฟันอย่างไรให้ได้ขนาดที่ใช่?
การเลือกไซส์แปรงซอกฟันจะไม่ยุ่งยากอีกต่อไป ด้วยอุปกรณ์ IAP หรือ อุปกรณ์วัดขนาดซอกฟัน ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ออกแบบโดย Curaden ตอบโจทย์การวัดขนาดหรือไซส์ของซอกฟันของคนไข้ที่มีความใหญ่-เล็กต่างกัน โดยอุปกรณ์มีระดับสีที่บ่งบอกถึงขนาดที่เหมาะสมกับซอกฟัน ทำให้คนไข้รู้ได้อย่างชัดเจนว่าจะใช้ไซส์แปรงซอกขนาดไหนตามสีที่กำหนด ไม่ต้องจำขนาดหรือตัวเลขของแปรงซอก แค่จำสีของแปรงซอกฟันที่พอดีกับซอกฟันตัวเองก็พอ หลังการรักษา คนไข้ก็สามารถใช้แปรงซอก CURAPROX ในการทำความสะอาดซอกฟันด้วยตัวเอง ด้วยการออกแบบให้ใช้งานง่าย ทำให้การทำความสะอาดซอกฟันเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญคือไม่ทำร้ายเหงือก
10 ปากว่าไม่เท่าวัดจริง
นอกจากนี้ เรายังมีกิจกรรมให้ทันตแพทย์ใน Session ได้ทดลองใช้เครื่องมือวัดซอกฟัน IAP วัดขนาดซอกฟันของตัวเองอีกด้วย เหมือนสุภาษิต ‘10 ปากว่าไม่เท่าตาเห็น’ พบว่าคุณหมอส่วนใหญ่ไม่สามารถกะขนาดของซอกฟันได้ด้วยการมองอย่างเดียว จึงต้องมีการใช้เครื่องมือที่แม่นยำอย่าง IAP ในการวัดไซส์ที่ถูกต้อง
เพราะทันตแพทย์มีบทบาทสำคัญในการให้ความรู้และฝึกฝนทักษะให้กับคนไข้ เพื่อป้องกันไม่ให้ต้องมารับการรักษาซ้ำหรือเจ็บตัวบ่อย การเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากที่ปลอดภัยก็เหมือนเป็นสะพานเชื่อมระหว่างหมอกับคนไข้ในการบรรลุเป้าหมายของการรักษา ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ Curaden ที่ตั้งใจออกแบบอุปกรณ์ที่ช่วยให้คนไข้สามารถดูแลสุขภาพช่องปากได้อย่างมั่นใจ ถึงใช้ผิดก็ไม่เจ็บตัว ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การทำงานของทั้งคู่ อย่างแปรงซอก และเครื่องมือวัดซอกฟัน IAP นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยแล้ว ความสำเร็จของทุกการรักษาเริ่มต้นมาจากการดูแลสุขภาพช่องปากที่ดีร่วมกันระหว่างคุณหมอและคนไข้
ครั้งนี้ พวกเราขอขอบคุณทันตแพทย์ทุกท่านที่เข้าร่วมงานและให้ความร่วมมือใน Session ของเรา สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับสถานที่และหัวข้อการจัดงานครั้งถัดไปได้ทางช่องทางของ CURAPROX และ Curaden Thailand ค่ะ
