อาการปวดฟัน ฟันเป็นรู เป็นอีกหนึ่งอาการที่สร้างความไม่สบายต่อการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหาร การพูดคุย รวมไปถึงยังทำให้สุขภาพจิตโดยรวมย่ำแย่ลงเมื่อมีอาการเจ็บปวดมาก ๆ มาดูกันว่ามีวิธีแก้ปวดฟัน ฟันเป็นรู อย่างไรได้บ้าง พร้อมการบรรเทาอาการปวด ไปจนถึงทำความรู้จักว่าฟันเป็นรูนี้เกิดจากอะไร
ฟันเป็นรู เกิดจากอะไร

เกิน 70 เปอร์เซ็นต์ของฟันผุหรือฟันเป็นรูมาจากวิธีการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การรับประทานอาหาร การทำความสะอาดฟัน น้ำ ส่วนผสมของยาสีฟัน เป็นต้น
โดยอาการฟันผุระยะแรก จะไม่มีจุดสังเกตให้เห็นชัด ไม่มีอาการปวดหรือเสียวฟันให้เอะใจมากนัก แต่สีของฟันจะเริ่มมีจุดสีเทา ดำ หรือขาวฝาสีคล้ายชอล์ก ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้ ตัวฟันจะถูกทำลายมากขึ้นเรื่อย ๆ และในระยะที่ 2 ฟันก็จะเริ่มเป็นรูพร้อมกับการขยายวงกว้างขึ้น และเมื่อขยายใหญ่ขึ้นเข้าสู่โซนโพรงประสาทฟัน จนเกิดการอักเสบลุกลามรอบตัวฟันและอวัยวะรอบ ๆ ก็จะมีโอกาสเกิดฝี หนอง ฟันโยก หรือไม่สามารถใช้งานฟันซี่นั้นต่อไปได้อีก
อาการที่บ่งบอกว่าเราอาจจะกำลังเผชิญกับปัญหาฟันผุ
- ปวดฟันเวลาเคี้ยวหรือปวดฟันเรื้อรัง
- ฟันเป็นรู มองเห็นรูในฟัน
- เลือดออกเวลาแปรงฟัน ซึ่งมีโอกาสจะเป็นได้ทั้งโรคเหงือก หรือเกิดขึ้นจากฟันผุ
- สังเกตเห็นจุดสีดำ ๆ หรือฟันเปลี่ยนสี
บรรเทาอาการปวดเบื้องต้นก่อนไปพบแพทย์ วิธีแก้ปวดฟัน ฟันเป็นรู ปวดมาก ทำอย่างไร

1. ห้ามกระทบหรือกระแทกฟันซี่ที่ปวด
ฟันซี่ที่มีปัญหามีโอกาสถูกกระทบกระแทกได้ง่ายกว่าฟันซี่อื่น เพราะส่วนใหญ่แล้ว ฟันซี่ที่มีอาการปวดจะมีอาการของเหงือกบวมร่วมด้วย และส่งผลให้ฟันซี่นั้นมีการยกตัวสูงกว่าฟันซี่อื่น จึงควรระวังหลีกเลี่ยงการกระแทกฟันซี่ดังกล่าวเท่าที่ทำได้ เพราะถ้าเกิดการกระทบกระแทกบ่อย ๆ ยิ่งจะทำให้เกิดการอักเสบและปวดมากขึ้นนั่นเอง
2. ทานอาหารที่ไม่ต้องใช้แรงเคี้ยว
ในช่วงที่มีอาการปวดฟันควรรับประทานอาหารนิ่ม ๆ เพื่อไม่ให้เกิดการสบของฟัน เพราะอาจจะทำให้เกิดการกระแทกจากอาหารไปโดนฟันซี่ที่ปวดได้
3. อย่าให้เศษอาหารติดซอกฟัน
เมื่อรับประทานอาหารเข้าไปแล้ว จำเป็นจะต้องบ้วนปากให้สะอาดและดูแลให้ดีกว่าปกติ เพราะอาจทำให้เศษอาหารเข้าไปติดซอกฟันที่กำลังผุ ส่งผลให้แบคทีเรียโตได้ไวขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการปวดฟันตามมา
4. ประคบร้อน
ถ้าอาการปวดฟันมาจากฟันผุที่ทะลุโพรงประสาท เป็นหนองที่ปลายรากฟัน หรือมีอาการบวมชัดเจน ให้ใช้วิธีนำผ้าชุบน้ำร้อน และนำมาประคบตรงบริเวณที่ปวดบวมภายนอกช่องปาก จะช่วยอาการปวดฟันให้หายปวดได้เป็นอย่างดี แถมยังช่วยเพิ่มการระบายของหนอง สามารถบรรเทาอาการปวดได้ดีเป็นอย่างมาก
5. ใช้น้ำอุ่นผสมเกลือกลั้วปาก

ถ้าหากเรายังไม่สามารถไปหาหมอฟันได้ในทันที ให้ลองใช้น้ำอุ่นผสมเกลือ หรือน้ำเกลือที่ซื้อได้ตามร้านขายยามากลั้วปากหลังทานอาหารเสร็จ หรือขณะที่ปวดอยู่ โดยนำน้ำอุ่นผสมเกลือกลั้วปากเอาไว้ประมาณ 30 วินาที จะช่วยฆ่าแบคทีเรียในช่องปากได้ และยังช่วยลดอาการปวดได้แบบชั่วคราว และให้รีบไปพบทันตแพทย์ เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุของอาการปวดเหล่านั้น
6. ใส่ใจในขั้นตอนการดูแลช่องปากให้มากขึ้น
เมื่อรู้ว่าตัวเองมีฟันผุ นี่คือสัญญาณเตือนว่าวิธีการดูแลช่องปากของเราอาจมีปัญหา ให้ลองใส่ใจรายละเอียดของวิธีการแปรงฟันให้มากขึ้น แปรงฟันให้ครบทุกซี่และครบทุกด้าน ร่วมกับการใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ และใช้เวลาแปรงฟันอย่างน้อย 2 นาที จำนวน 2 ครั้งต่อวันหรือมากกว่า ถ้าให้ดีอาจเพิ่มการแปรงฟันหลังรับประทานอาหารมื้อที่มีน้ำตาลสูง ก็จะช่วยลดโอกาสในการเกิดฟันผุในอนาคตได้
วิธีแก้ปวดฟัน ฟันเป็นรู ปวดมาก อย่างหายขาดโดยทันตแพทย์

การรักษาฟันผุ หรือฟันเป็นรู มีหลากหลายวิธี ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของฟันที่ผุในแต่ละบุคคล ดังนี้
- ใช้ฟลูออไรด์เฉพาะที่ : สำหรับฟันที่อยู่ในระยะเริ่มแรก ยังไม่มีอาการผุหรือฟันเป็นรู
- รักษาโดยการอุดฟัน : เป็นการใช้วัสดุอุดฟันผุ หรือฟันที่เป็นรูในระยะแรก อยู่ในระยะที่ถูกทำลายเพียงเนื้อฟันเท่านั้น โดยการอุดฟันสามารถเลือกใช้วัสดุได้ และจะแบ่งออกเป็น 2 วัสดุคือ อุดด้วยวัสดุที่เป็นโลหะ และอุดด้วยวัสดุที่สีเหมือนฟันจริง
- การรักษารากฟัน : หากฟันของเราผุหนักจนลุกลามไปถึงโพรงประสาทแล้ว วิธีเดียวที่จะสามารถรักษาฟันธรรมชาติไว้ได้คือการรักษารากฟัน แต่จะใช้เวลาหรือมีความยุ่งยากมากแค่ไหน ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของฟันที่ผุ
- ถอนฟัน : หากฟันผุซี่นั้นลุกลามไปมาก จนเกิดการอับเสบเกินเยียวยา การถอนฟันเจ้าปัญหาซี่นั้นคือทางออกที่ดีที่สุด เพื่อป้องกันเชื้อลุกลามไปยังซี่อื่น ๆ ที่อยู่ใกล้เคียง
สรุป
วิธีแก้ปวดฟัน ฟันเป็นรู ปวดมากนั้น สุดท้ายแล้ว การที่เราตัดสินใจไปพบทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อหาสาเหตุของปัญหาที่แท้จริงของอาการปวด และทำการรักษาให้หายขาด ก็เป็นสิ่งที่ควรทำ เนื่องจากการบรรเทาอาการปวดเป็นเพียงแค่การแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุเท่านั้น แต่ทางที่ดีที่สุด คือการที่ไม่ทำให้เกิดปัญหาปวดฟันเหล่านี้ขึ้นอีก ด้วยการรักษาความสะอาดของช่องปากของตนเอง ทั้งการแปรงฟันให้สะอาด การใช้แปรงซอกฟันเพื่อทำความสะอาดบริเวณซอกฟันที่เป็นบริเวณเข้าถึงยาก และที่สำคัญที่สุด คือจะต้องไปพบทันตแพทย์ทุก ๆ 6 เดือนเพื่อทำการตรวจสุขภาพฟันและช่องปากอย่างสม่ำเสมอควบคู่ไปด้วย
นอกจากนั้น แปรงสีฟันและยาสีฟันที่เราใช้ ก็จำเป็นต้องได้รับการรับรองอย่างเป็นสากล เช่นเดียวกันกับแปรงสีฟันและยาสีฟันของ Curaprox ที่นอกจากจะได้รับรองอย่างเป็นมาตรฐานสากลแล้ว ยังถูกออกแบบมาให้เข้ากับสุขภาพช่องปากของคนทุกแบบ ทำให้สามารถทำความสะอาดได้อย่างหมดจดนั่นเอง








