ตั้งแต่เด็กทุกคนถูกสอนให้แปรงฟัน 2 ครั้งในตอนเช้าและก่อนนอน เพื่อเป็นการรักษาสุขภาพเหงือกและฟันให้แข็งแรง แต่รู้หรือไม่ว่า ปัญหาสุขภาพในช่องปากของคนไทยก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่น่าตกใจ
จากผลสำรวจของสภาวะสุขภาพช่องปากประเทศไทยปี 2560 พบว่าผู้สูงอายุวัย 60-75 ปี สูญเสียฟันทั้งปากร้อยละ 8.7 และเพิ่มเป็นร้อยละ 31 ในวัย 80-85 ปี โดยสาเหตุหลักมาจากโรคฟันผุและโรคปริทันต์ ส่วนในเด็กอายุ 3 ปี มีฟันผุสูงถึงร้อยละ 53 เด็กอายุ 5 ปี มีฟันผุร้อยละ 76 และเด็กอายุ 12 ปี มีฟันถาวรผุร้อยละ 52 จากตัวเลขเหล่านี้ จะเห็นว่า คนส่วนใหญ่มองว่าโรคเหงือกและฟันเป็นเรื่องเล็กๆ ปล่อยไว้ไม่น่าจะเป็นอะไร แต่แท้จริงแล้ว นี่คือจุดเริ่มต้นที่ก่อให้เกิดโรคเรื้อรังอื่นๆ ตามมา เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคทางเดินหายใจ ฯลฯ
รู้แบบนี้แล้ว มาเริ่มปกป้องเหงือกและฟันของคุณให้แข็งแรงก่อนสาย ด้วยการแปรงฟันอย่างถูกวิธี เพื่อสุขภาพภายในช่องปากและสุขภาพกายที่ดีกันเถอะ!
เรียนรู้ วิธีแปรงฟัน อย่างถูกวิธี
การแปรงฟันให้ถูกวิธีนั้นทำได้ไม่ยาก มีเพียงแค่ 4 ขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้
วางแปรงในตำแหน่งที่เหมาะสม

ก่อนจะทำการแปรงฟันต้องเรียนรู้วิธีการวางแปรงสีฟันในตำแหน่งที่ถูกต้องก่อน โดยคุณจะต้องทำการ วางขนแปรงให้ทำมุม 45 องศากับขอบเหงือก ถามว่าทำไมจะต้องแปรงบริเวณขอบเหงือกด้วย? นั่นก็เพราะนี่คือรอยต่อระหว่างเหงือกและฟันที่หลายคนละเลยที่จะทำความสะอาดเป็นจุดสะสมของคราบแบคทีเรียและคราบจุลินทรีย์ที่สามารถสะสมจนแข็งขึ้นกลายเป็นหินปูนได้
แปรงฟันให้สะอาดทั่วถึง
ในที่นี้หมายถึงการแปรงฟันให้ครบทุกด้าน เพื่อให้ฟันแข็งแรงและสะอาดที่สุด โดยมีขั้นตอนการแปรงฟัน ดังต่อไปนี้
1.แปรงบริเวณพื้นที่รอบนอกให้สะอาด
โดยแปรงไล่มาทางด้านหน้า ขยับแปรงเคลื่อนไปทีละซี่ อาจจะนับ 5 – 10 ครั้งต่อซี่ เพื่อให้แปรงเข้าไปซอกซอนทำความสะอาดบริเวณร่องเหงือกเพิ่มเติม หลังจากนั้นให้ขยับแปรงเคลื่อนไปทีละซี่ ไปจนถึงฟันกราม จากนั้นเริ่มแปรงด้านหลังของฟันกรามและวนไปด้านใน
2.แปรงฟันบริเวณพื้นที่ด้านในฟัน
โดยใช้วิธีเดียวกันกับการแปรงฟันพื้นที่ด้านนอก คือขยับแปรงไปทีละซี่ และแปรงไปจนถึงฟันกรามซี่ในสุด
3.แปรงบริเวณด้านหลังฟันกรามซี่ในสุดของฟันล่าง
ตั้งด้ามแปรงขึ้นเพื่อให้ขนแปรงสัมผัสกับร่องเหงือกและฟันได้อย่างเต็มที่ แปรงเป็นวงกลมสั้นๆ อย่างแผ่วเบา
4.แปรงบริเวณด้านในของฟันล่างส่วนหน้า
ด้วยการตั้งด้ามแปรงขึ้นเพื่อให้ขนแปรงสัมผัสกับร่องเหงือกและฟันด้านในไปทีละซี่ เพื่อกำจัดคราบหินปูนที่มักก่อตัวขึ้นได้ง่ายในบริเวณนี้
5.แปรงบริเวณฟันแถวบน
ไล่แปรงจากด้านนอกของฟันกรามซี่ในสุดก่อน จากนั้นแปรงเป็นวงกลมช้าๆ ขยับแปรงเคลื่อนไปทีละซี่ ไปจนถึงฟันกรามซี่ในสุดที่เป็นจุดเริ่มต้น
6.แปรงบริเวณฟันแถวบน
ไล่แปรงจากด้านนอกของฟันกรามซี่ในสุดก่อน จากนั้นแปรงเป็นวงกลมช้าๆ ขยับแปรงเคลื่อนไปทีละซี่ ไปจนถึงฟันกรามซี่ในสุดที่เป็นจุดเริ่มต้น
7.แปรงบริเวณด้านในของฟันบนส่วนหน้า
ปรับองศาของหัวแปรงให้ชันขึ้น และเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ ส่วนขั้นตอนการทำความสะอาดเหมือนกันกับด้านในของฟันล่างส่วนหน้า คือแปรงเป็นวงกลมสั้นๆ อย่างแผ่วเบา และขยับไปทีละซี่จนครบ
8.แปรงบริเวณด้านบดเคี้ยวของฟัน
วางแปรงให้ระนาบกับผิวฟันบนฟันกรามด้านในสุดก่อน จากนั้นเคลื่อนตัวเข้า-ออกช้าๆ อย่างแผ่วเบา
แปรงค่อยๆ ไม่ต้องออกแรงเยอะ
หลายคนเข้าใจว่า การแปรงฟันที่ถูกต้องจะต้องแปรงแรงๆ ขัดเยอะๆ แต่รู้หรือไม่ว่า การแปรงฟันแรงเกินไปจะส่งผลเสียตามมา เช่น ทำให้คอฟันสึก หรือเหงือกร่น ดังนั้น จึงควรปรับวิธีการแปรงฟันกันใหม่ให้เป็นไปอย่างนุ่มนวล เพียงแค่ออกแรงกดขนแปรงเข้ากับเหงือกและร่องฟันแต่ละซี่อย่างเบาๆ วนเป็นวงกลมสั้นๆ ไล่ไปทีละซี่ให้ขนแปรงสัมผัสกับเหงือกและฟันอย่างเต็มที่ เท่านี้ก็เพียงพอต่อการทำความสะอาดช่องปากของคุณแล้ว
ตรวจเช็กจุดที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ
ตรวจสอบจุดที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เช่น ซอกฟัน ที่แปรงสีฟันปกติอาจทำความสะอาดได้ไม่ทั่วถึง ซึ่งการไม่ทำความสะอาดซอกฟันให้สะอาดจะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดฟันผุตามมาได้ ดังนั้น จึงควรมีอุปกรณ์เสริมที่ช่วยในการขจัดแบคทีเรียหรือเศษอาหารในซอกฟันให้หมดไป นั่นก็คือ การใช้ แปรงซอกฟัน เข้าช่วยนั่นเอง
เคล็ดลับที่ช่วยให้การแปรงฟันถูกวิธีเป็นเรื่องง่าย
เรียนรู้วิธีการแปรงฟันที่ถูกต้องกันไปแล้ว ต่อมาคุณควรเลือกซื้อแปรงและยาสีฟันที่ช่วยสนับสนุนให้การแปรงฟันมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย ดังนี้
เลือกแปรงสีฟันที่เหมาะสม
การที่จะแปรงฟันบริเวณขอบเหงือกให้มีประสิทธิภาพ ควรจะเลือกแปรงสีฟันที่มีเส้นขนแปรงที่นุ่มและยืดหยุ่นกำลังดี จึงจะสามารถทำความสะอาดบริเวณขอบเหงือกได้ดี และควรเลือกแปรงที่มีขนแปรงปลายมนอ่อนโยนต่อเหงือก ลดโอกาสในการเกิดเหงือกร่นได้อีกด้วย (อ่านวิธีเลือกแปรงขนนุ่มได้ ที่นี่)

เลือกยาสีฟันที่ช่วยดูแลรักษาเหงือกและฟันที่มีคุณภาพ
การที่เรารับประทานอาหารจำพวกแป้งหรือน้ำตาล รวมถึงทานอาหารจุกจิกไม่เป็นเวลา ล้วนเป็นสาเหตุทำให้สภาพช่องปากเป็นกรดมากขึ้น น้ำลายที่เป็นตัวช่วยรักษาสมดุลของช่องปากก็จะทำงานไม่ทัน สมดุลของการแลกเปลี่ยนแร่ธาตุของฟันก็จะเสียไป จนเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการฟันผุตามมาได้

ดังนั้น การปกป้องฟันอด้วยวิธีการแปรงฟันที่ถูกต้องอาจไม่เพียงพอ ต้องมีตัวช่วยเสริมอย่าง “ฟลูออไรด์” สารในยาสีฟันที่จะช่วยชะลอการสูญเสียแร่ธาตุและส่งเสริมการคืนกลับของแร่ธาตุให้กับฟันได้ ทำให้ฟันแข็งแรงและป้องกันฟันผุได้ดีมากขึ้นด้วย ดังนั้น คุณจึงควรเลือกซื้อยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ เพื่อช่วยให้ฟันแข็งแรงมากขึ้นมาใช้ด้วยนะ




