ฟลูออไรด์เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญ ที่มีหน้าที่ในการช่วยปกป้องฟันของเราจากฟันผุได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยรักษาโครงสร้างของฟันให้แข็งแรงทนทานต่อการกัดกร่อนของกรดต่างๆ ที่เราได้รับจากการรับประทานอาหารและเครื่องดื่ม และช่วยซ่อมแซมผิวเคลือบฟันได้อีกด้วย ดังนั้น หากใครที่ดูแลสุขภาพช่องปากอย่างดี แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันอยู่เป็นประจำ รวมไปถึงหลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล เพื่อให้สุขภาพช่องปากนั้นมีปัญหาน้อยที่สุด แต่ถึงอย่างนั้น สุขภาพช่องปากของพวกเขาเหล่านั้นกลับไม่ได้ดีอย่างที่คิด นั่นอาจมีสาเหตุมาจากการที่พวกเขากำลังขาดฟลูออไรด์ จนเกิดมาเป็นภาวะขาดฟลูออไรด์ แล้วอาการเมื่อขาดฟลูออไรด์นั้นเป็นอย่างไร บทความนี้ของ Curaprox จะพาคุณไปหาคำตอบ
อะไรคือภาวะขาดฟลูออไรด์
ภาวะขาดฟลูออไรด์ คืออาการที่ร่างกายแสดงออกมาเมื่อขาดขาดฟลูออไรด์ ซึ่งฟันผุเป็นอาการที่พบได้บ่อย ฟันเป็นโพรง ไม่แข็งแรง และกร่อนออกจากรากฟันได้ง่าย โดยการได้รับฟลูออไรด์ไม่เพียงพอ อาจสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ซึ่งพบในคราบจุลินทรีย์หรือแผ่นคราบชีวภาพ เพื่อผลิตกรดที่ทำให้เคลือบฟันสึกกร่อน ส่งผลทำให้เคลือบฟันที่อ่อนแอนี้ก็อาจทำให้เกิดฟันผุได้ นอกจากนี้ อีกหนึ่งอาการที่อาจพบได้ในผู้สูงอายุเมื่อขาดฟลูออไรด์ คือกระดูกจะเปราะ และหักได้ง่ายอีกด้วย
โดยการวินิจฉัยอาการเมื่อขาดฟลูออไรด์ หรือภาวะขาดฟลูออไรด์ จะอาศัยการตรวจฟันและตัดสาเหตุของฟันผุอื่น ๆ ออกไป หากไม่แน่ใจ ทันตแพทย์อาจให้ลองรับประทานฟลูออไรด์เสริมแล้วติดตามอาการดูเพื่อระบุสาเหตุ

ลักษณะของอาการเมื่อขาดฟลูออไรด์
- ฟันผุ
ฝันผุเป็นสัญญาณแรกของการขาดฟลูออไรด์ เนื่องจากการขาดฟลูออไรด์อาจทำให้เคลือบฟันอ่อนแอและผุกร่อนได้ง่าย อย่างไรก็ตาม หากพบฟันผุในช่องปากของเรา ก็ไม่ได้แปลว่าเรากำลังอยู่ในภาวะการขาดฟลูออไรด์เสมอไป เนื่องจากฟันผุนั้นมีสาเหตุมาจากเรื่องอื่น ๆ ด้วย เช่น น้ำตาล และการไม่ดูแลฟันอย่างถูกต้องนั่นเอง
- กระดูกเปราะ
ร่างกายนั้นต้องการฟลูออไรด์เพื่อสุขภาพกระดูกและฟันที่แข็งแรง ซึ่งหมายความว่าหากเรานั้นขาดฟลูออไรด์ ก็จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่กระดูกจะอ่อนแอและเปราะ ซึ่งผู้สูงอายุที่กระดูกหักง่ายมักมีภาวะขาดฟลูออไรด์ประกอบไปด้วย
เสริมสร้างฟลูออไรด์ให้กับฟัน มีช่องทางไหนบ้าง
1. ฟลูออไรด์ในน้ำประปา
โดยทั่วไปแล้ว ฟลูออไรด์ที่ผสมมาในน้ำประปานั้น มีปริมาณฟลูออไรด์ที่เพียงพอต่อสุขภาพฟัน รวมไปถึงยังเป็นปริมาณที่ปลอดภัย เนื่องจากปริมาณฟลูออไรด์ที่ผสมอยู่ในน้ำประปาทั้งหมด อยู่ที่ไม่เกิน 0.7 ppm (0.7 ต่อหนึ่งล้านหน่วย) ซึ่งเป็นปริมาณที่ดีเพียงพอในการป้องกันฟันผุนั่นเอง
แต่หากเป็นกังวล เราก็สามารถตรวจสอบระดับฟลูออไรด์ในน้ำประปา ได้ที่สำนักงานประปาใกล้ที่อยู่ของคุณ แต่หากเราใช้น้ำจากบ่อน้ำ ควรทำการตรวจสอบน้ำโดยผู้เชี่ยวชาญว่ามีปริมาณฟลูไรด์บ้างหรือไม่ และถ้าน้ำที่ใช้อยู่มีปริมาณฟลูออไรด์ไม่ถึง 1 ppm ก็ควรปรึกษาทันตแพทย์ถึงทางเลือกอื่น ๆ ที่เหมาะสมต่อการรักษาสุขภาพฟันด้วยนั่นเอง
2. การใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์
การใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์เป็นวิธีที่ดีที่สุด และได้รับความนิยมมากที่สุดในการรักษาสุขภาพฟันให้แข็งแรง เพียงแค่แปรงฟันวันละ 2 ครั้งด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ หรืออื่น ๆ เช่น น้ำยาบ้วนปากที่ผสมฟลูออไรด์ หรือ ฟลูออไรด์เจล พร้อมใช้แปรงสีฟันที่มีขนแปรงอ่อนนุ่มเพื่อป้องกันเคลือบฟันสึกกร่อน เพราะแปรงสีฟันที่มีขนแข็ง ๆ สามารถทำอันตรายต่อเหงือกและฟันได้ในระยะยาว
ส่วนน้ำยาบ้วนปากฟลูออไรด์ สามารถช่วยลดปัญหาฟันผุในกลุ่มเด็กที่มีประวัติฟันผุ หรือมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดฟันผุอีก ผู้ปกครองจำเป็นต้องคอยดูแลเด็กอายุระหว่าง 2 ถึง 6 ปี เพื่อให้แน่ใจว่าเด็ก ๆ จะบีบยาสีฟันเพียงปริมาณที่เท่ากับเมล็ดถั่วเท่านั้น และจะไม่กลืนยาสีฟันลงคอไป ส่วนเด็กทารกที่มีฟันขึ้นแล้ว จะต้องการยาสีฟันที่มีเท่าเมล็ดข้าวเท่านั้น
3. การรักษาในคลินิค
หากเรามีความเสี่ยงต่ออาการฟันผุ หรือไม่ได้รับฟลูออไรด์อย่างเพียงพอจากน้ำดื่ม ทันตแพทย์อาจแนะนำการเสริมฟลูออไรด์ได้ที่คลินิก โดยทันตแพทย์จะใช้ฟลูออไรด์แบบต่าง ๆ เพื่อเสริมความแข็งแรงของเคลือบฟัน ดังนี้
- ใช้ฟลูออไรด์แบบโฟมซึ่งป้ายลงบนถาดนิ่ม ๆ แล้วให้คนไข้กัดค้างเอาไว้ประมาณ 2 ถึง 3 นาที
- การบ้วนปากด้วยฟลูออไรด์ ซึ่งคนไข้จะต้องอมน้ำยาไว้ประมาณ 2 ถึง 3 นาที
- การเคลือบฟลูออไรด์โดยตรงจากทันตแพทย์
หลังจากการได้รับฟลูออไรด์แล้ว ไม่ควรบ้วนปาก และห้ามรับประทานอาหาร หรือดื่มอะไรเลยเป็นเวลาอย่างน้อย 30 นาที เพื่อให้ฟันดูดซับฟลูออไรด์ได้อย่างเต็มที่

4. การรักษาโดยใช้ฟลูออไรด์ที่บ้าน
สำหรับคนที่มีความเสี่ยงที่จะมีฟันผุสูง เช่น ผู้ที่มีอาการปากแห้ง หรือผู้ที่รับการบำบัดด้วยการฉายรังสี ก็มีวิธีเสริมฟลูออไรด์ด้วยตัวเองที่บ้านได้ โดยทันตแพทย์จะพิจารณาถึงประโยชน์ และความเหมาะสมก่อนจ่ายฟลูออไรด์แบบเจลให้ไปใช้เองที่บ้าน
5. น้ำบรรจุขวด
แม้ว่าในปัจจุบัน น้ำดื่มบรรจุขวดหลาย ๆ ยี่ห้อจะมีการระบุว่ามีการเสริมฟลูออไรด์ลงไปในน้ำดื่มของตน แต่ปริมาณฟลูออไรด์ในน้ำดื่มเหล่านั้นก็มีปริมาณที่ไม่เท่ากัน ทำให้มีแนวโน้มที่จะทำให้เราขาดฟลูออไรด์ได้ ดังนั้น ควรปรึกษาทันตแพทย์ว่ามีความจำเป็นที่จะต้องเสริมฟลูออไรด์ด้วยหรือไม่
และยังมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เราอาจไม่ได้รับฟลูออไรด์ในปริมาณที่เพียงพอได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น
- ระดับของฟลูออไรด์ในน้ำดื่มบรรจุขวด ซึ่งอาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละแบรนด์ หากไม่มีการระบุอย่างชัดเจนบนฉลากผลิตภัณฑ์ คุณสามารถโทรไปสอบถามบริษัทผู้ผลิตเพื่อทราบข้อมูลที่สำคัญนี้ได้
- ปริมาณของน้ำบรรจุขวดที่คุณดื่มในแต่ละวัน
- การใช้น้ำบรรจุขวดเพื่อดื่ม ใช้เป็นส่วนหนึ่งในการปรุงอาหาร ทำซุป ทำน้ำผลไม้ รวมถึงเครื่องดื่มต่าง ๆ
- การดื่มน้ำผสมฟลูออไรด์ที่โรงเรียน ที่ทำงาน หรือที่อื่น ๆ
6. ผลิตภัณฑ์ฟลูออไรด์เสริม
ฟลูออไรด์เสริมอาจมาในรูปแบบของยาอม ยาเม็ด หรือของเหลว และสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาส่วนใหญ่ หรือทางออนไลน์โดยมีใบสั่งยาจากทันตแพทย์ ซึ่งจำเป็นจะต้องปรึกษาทันตแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านทันตกรรมเกี่ยวกับการใช้ฟลูออไรด์เสริมใด ๆ ที่มีวางจำหน่ายทั่วไป ว่าเราหรือคนในครอบครัวควรใช้ฟลูออไรด์เสริมเหล่านี้หรือไม่ หรือถ้าใช้ควรไม่เกินเท่าไหร่
ข้อควรระวัง การใช้ฟลูออไรด์เกินขนาด
การได้รับฟลูออไรด์เกินขนาด จะทำให้เคลือบฟันสะสมฟลูออไรด์มากเกินไป และเกิดเป็นคราบบนเคลือบฟันในฟันน้ำนม หรือฟันแท้ กลายเป็นฟันตกกระ ซึ่งภาวะฟลูออไรด์สะสมในเคลือบฟันมากเกินไปนี้ ส่วนใหญ่แล้วมักพบในเด็กอายุต่ำกว่าขวบ ที่ใช้ผลิตภัณฑ์เสริมฟลูออไรด์มากเกินขนาด หรือรับประทานสูตรอาหารสำหรับทารกที่เสริมฟลูออไรด์
โดยการรับประทานฟลูออไรด์มากเกินขนาด เช่น ฟลูออไรด์ในขนาดวันละ 10 มิลลิกรัมต่อเนื่องเป็นเวลา 10 ปีขึ้นไป ในผู้ที่อายุมากกว่า 8 ขวบ จะทำให้เกิดภาวะฟลูออไรด์สะสมในกระดูก โดยอาการที่แสดงออกมาของภาวะดังกล่าวในระยะไม่รุนแรงนั้น เป็นได้ทั้งข้อขัด ปวดข้อ กระดูกแข็งกระด้าง ส่วนอาการแสดงในระยะที่รุนแรงขึ้นจะได้แก่ กล้ามเนื้อเปลี้ย แคลเซียมสะสมที่เอ็น กระดูกงอก กระดูกพรุนในกระดูกท่อนยาว เสียมวลกล้ามเนื้อ และอาจมีความผิดปกติทางระบบประสาท เนื่องจากกระดูกสันหลังสะสมแคลเซียมเกินกว่าปกติ

สรุป
ภาวะการขาดฟลูออไรด์ แม้จะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากกับคนในยุคปัจจุบัน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นไม่ได้ หมั่นตรวจสอบตัวเราเองอยู่เสมอว่ามีอาการเมื่อขาดฟลูออไรด์หรือไม่ แต่แน่นอนว่าการใช้ฟลูออไรด์เกินกว่าที่ร่างกายต้องการเองก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีเช่นเดียวกัน ฉะนั้น จึงควรใช้แต่พอดี และหมั่นรักษาสุขภาพช่องปากอยู่เสมอ
และ Curaprox ขอแนะนำยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ของเรา CURAPROX Enzycal 1450 ขนาด 75 มิลลิลิตร เป็นยาสีฟันรสชาติอ่อนโยน ไม่แสบร้อน และไม่มีสารที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ เหมาะสำหรับการแปรงฟันแบบแห้ง ซึ่งประกอบด้วยฟลูออไรด์ 1450 ppm สามารถใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ รวมถึงเหมาะกับผู้ที่มีอาการปากแห้ง หรือแพ้สารเคมีในยาสีฟัน และผู้ที่มีภาวะเสี่ยงต่อฟันผุในระยะสั้น เช่น ผู้ตั้งครรภ์ คนไข้จัดฟัน เป็นต้น หากสนใจสามารถเข้าไปสั่งซื้อสินค้าได้ที่เว็บไซต์ของเรา หรือเข้าไปอ่านบทความเกี่ยวกับสุขภาพช่องปากดี ๆ ภายในนั้นก็ได้เช่นกัน








