สำหรับใครที่มีประสบการณ์จัดฟันมาแล้ว “ฟันล้ม” คงจะอยากหาวิธีการที่ทำให้กลับมาเรียงตัวสวย เพื่อเสริมความมั่นใจให้กับรอยยิ้มได้ดังเดิม แต่การจัดฟันรอบสองอีกครั้งจะช่วยแก้ปัญหาฟันล้มได้หรือไม่ แนะนำให้ลองอ่านบทความนี้ เพราะ Curaprox ได้ทำการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอาการฟันล้มทั้งสาเหตุ ลักษณะอาการ วิธีการรักษาและวิธีการป้องกันมาให้แล้ว ถ้าใครอยากรู้ว่าจะแก้ปัญหาฟันล้มอย่างไร แนะนำให้เลื่อนลงไปอ่านเนื้อหาด้านล่างนี้ได้เลย! 
ฟันล้มคืออะไร มีลักษณะอย่างไร
ฟันล้ม คือ อาการที่ฟันเคลื่อนที่ล้มหรือเอียงผิดไปจากตำแหน่งที่ควรเป็น เพื่อหาความสมดุล หรือยึดเกาะฟันซี่ที่อยู่ข้างเคียง ฟันล้มจึงจัดอยู่ในประเภทของฟันเกชนิดหนึ่ง ซึ่งมีโอกาสทำให้เกิดปัญหาภายในช่องปากเรื่องอื่นๆ ตามมาได้ เช่น โรคปริทันต์อักเสบที่เกิดการสบของฟันที่ผิดปกติทำให้มีปัญหาเรื่องการบดเคี้ยวตามมา, การเกิดปัญหาฟันสบกระแทก, ฟันผุ เป็นต้น

สาเหตุของอาการฟันล้มหลังจัดฟัน
โดยปกติแล้วสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการฟันล้มนั้นมีได้ในหลายกรณี เช่น ทำการถอนฟันแล้วไม่ใส่ฟันปลอมทดแทน, มีอายุเพิ่มมากขึ้น, มีความผิดปกติของขากรรไกร รวมถึงการจัดฟันเองก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ฟันล้มได้เช่นกัน เนื่องจากเวลาคนเราจดฟันจะต้องทำการเคลื่อนที่ฟันรากฟัน ทำให้ช่วงเวลาที่จัดฟันจะสามารถเคลื่อนที่และล้มได้ง่าย หรือในช่วงหลังจัดฟันเสร็จแล้วหากไม่ทำการใส่รีเทนเนอร์ที่เป็นเครื่องมือช่วยรักษาสภาพฟันให้คงอยู่ในตำแหน่งเดิมหลังจัดฟันตามคำแนะนำของทันตแพทย์ในระยะยาวก็ทำให้เกิดอาการฟันล้มได้เช่นกัน
วิธีรักษาปัญหาฟันล้มหลังจัดฟัน
หากเกิดปัญหาฟันล้มหลังจากจัดฟันเสร็จแล้ว หากพบทันตแพทย์แล้วตรวจสอบว่าฟันเคลื่อนตัวเพียงเล็กน้อยอาจจะแก้ได้ด้วยการใส่รีเทนเนอร์เพียงขยับให้ฟันกลับไปสู่ตำแหน่งเดิมได้ แต่ถ้าหากฟันล้มค่อนข้างมากจนกลับไปมีสภาพเหมือนก่อนทำการจัดฟัน ก็จำเป็นที่จะต้องทำการจัดฟันรอบสองเพื่อแก้ไขปัญหานี้ ซึ่งทำให้เสียเวลา เสียเงิน แถมยังต้องทรมานในระหว่างการจัดฟันอีกครั้ง ซึ่งทางที่ดีที่สุดเลยก็ควรที่จะดูแลตัวเองและปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแพทย์ให้ดีที่สุด เพื่อที่จะไม่ทำให้เกิดปัญหาฟันล้มหลังจัดฟันตามมา

จัดฟันแล้ว ‘ฟันล้ม’ จะป้องกันได้อย่างไร
วิธีในการป้องกันฟันล้มหลังจากทำการจัดฟันเสร็จเลยก็คือ การใส่รีเทนเนอร์ที่เป็นอุปกรณ์คงสภาพฟันไม่ให้ฟันเคลื่อน ซึ่งทางทันตแพทย์จะสั่งทำมาให้ใส่ต่อเนื่องเพื่อคงสภาพฟันหลังจากจัดฟันเสร็จ โดยในช่วงระยะแรกหลังจากทำการถอดเครื่องมือจัดฟันควรที่จะใส่รีเทนเนอร์เอาไว้ตลอดเวลา ยกเว้นเวลาทานอาหารหรือแปรงฟัน เพื่อคงสภาพกระดูกและเหงือกหุ้มฟันให้อยู่ในตำแหน่งใหม่ หลังจากที่เหงือกปรับสภาพกับตำแหน่งฟันใหม่แล้ว ทันตแพทย์จะค่อยๆ ลดเวลาในการใส่รีเทนเนอร์ลง (ระยะเวลาจะแตกต่างกันในแต่ละคน)
แต่โดยปกติแล้วหลังจากจัดฟันเสร็จประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี จะต้องใส่รีเทนเนอร์เกือบตลอดเวลา หลังจากนั้นทางทันตแพทย์ก็จะมาค่อยๆ ตรวจสอบว่าฟันมีการเคลื่อนหรือไม่ โดยการถอดรีเทนเนอร์เป็นพักๆ ประมาณ 4-6 ชั่วโมง หากกลับมาใส่แล้วรู้สึกตึงๆ นั่นหมายถึงฟันจะยังไม่คงที่ จะต้องใส่รีเทนเนอร์ต่อ ทดสอบแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไม่เกิดอาการตึงที่ฟันก็จะพอช่วยให้มั่นใจได้ หลังจัดฟันแล้วจะไม่เกิดอาการฟันล้มแน่นอน
วิธีดูแลรักษาสุขภาพฟันระหว่างรักษาฟันล้ม
หากฟันล้มหลังจัดฟันแล้วจะต้องทำการจัดฟันใหม่ แน่นอนว่า ก็ต้องกลับไปดูแลฟันให้เหมือนกับช่วงเดิมที่เคยจัดฟัน นั่นคือ การใช้แปรงสีฟันสำหรับคนจัดฟันโดยเฉพาะที่ขนแปรงจะออกแบบมาให้ขนแปรงตรงกลางที่สั้นกว่าแถวอื่น ซึ่งช่วยในการทำความสะอาดบริเวณ Bracket (เหล็กจัดฟัน) สำหรับคนจัดฟันได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างแปรงสีฟัน CURAPROX CS 5460 Ortho ที่ขนแปรงทั้งนุ่ม มีปลายมน ไม่ทำร้ายเหงือกและฟัน และยังมีขนแปรงแบบพิเศษที่ทำให้แปรงลงบนเหล็กจัดฟันได้แบบสบายๆ
ยังไม่หมดแค่เรื่องแปรงสีฟันอย่างเดียว ยาสีฟันเองก็ควรที่จะช่วยป้องกันฟันผุได้ดี ดังนั้นจึงควรเลือกยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ร่วมด้วยก็จะช่วยทำให้เหงือกและฟันลดความเสี่ยงในการเกิดโรคฟันผุได้ดีขึ้น
นอกจากนี้ ยังต้องใช้แปรงซอกฟันเพื่อทำความสะอาดบริเวณที่การแปรงฟันทำได้ไม่ทั่วถึง เช่น ซอกสามเหลี่ยมระหว่างฟัน ฯลฯ เพิ่มเติมด้วยก็จะช่วยทำให้สุขภาพในช่องปากดีขึ้น แม้จะต้องทำการจัดฟันรอบสองเพื่อแก้ไขปัญหาฟันล้มได้อย่างมั่นใจและปราศจากโรคต่างๆ ที่อาจตามมาได้อย่างเห็นผล
สรุป
จะเห็นว่าการจัดฟันแล้วฟันล้มนั้นขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการดูแลว่าได้ทำตามข้อปฏิบัติตนที่ทางทันตแพทย์แนะนำไว้หรือไม่ เช่น การใส่รีเทนเนอร์อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับการจัดฟัน เพราะนี่คือการพยุงไม่ให้ฟันเกิดการเคลื่อนที่จนกลายเป็นปัญหาฟันล้มตามมาได้
รวมถึงการทำความสะอาดและดูแลสุขภาพในช่องปากอย่างมีประสิทธิภาพเองก็เป็นสิ่งที่ทันตแพทย์มักบอกกล่าวกับคนไข้อยู่เสมอ เพราะนี่คือวิธีการที่จะช่วยให้ฟันที่จัดมานั้นมีสุขภาพดี ไม่เกิดโรคต่างๆ เช่น ฟันผุ คราบหินปูน โรคปริทันต์อักเสบ ฯลฯ ที่มักเป็นสาเหตุทำให้ฟันสวยๆ หลังจัดมาดูไม่น่ามอง และต้องทำการรักษาเพิ่มเติมให้เสียทั้งเงินและเวลาอีก
ดังนั้น ถ้าอยากให้ฟันเรียงตัวสวยเหมือนตอนหลังจัดฟันเสร็จใหม่ๆ ก็อย่าลืมปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแพทย์อย่างเคร่งครัด และอย่าลืมเดินทางไปตรวจสุขภาพฟันทุกๆ 6 เดือนด้วย เพื่อเป็นการเช็กให้มั่นใจว่าฟันของคุณยังสวย ไม่มีอาการผิดปกติที่น่ากังวลหลังจากจัดฟันเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
อ้างอิง
- https://www.facebook.com/chiangmaidentalhospital/posts/585402098149834/
- https://www.youtube.com/watch?v=xqCzMNXnxf8



