สีฟัน

สีฟันดูเหลืองจนรู้สึกไม่มั่นใจจะทำยังไงดี?

สำหรับใครที่มีปัญหาสีฟันเปลี่ยน สีฟันไม่สวย หม่นหมองไม่ชวนมอง จนทำให้รู้สึกไม่อยากยิ้มโชว์ฟันให้ใครเห็น แน่นอนว่า ก็ต้องอยากจะแก้ไขปัญหาเรื่องสีฟันให้หมดไป เพื่อเรียกความมั่นใจในรอยยิ้มให้กลับมาอีกครั้ง ซึ่งอาการสีฟันดูเหลือง ดูเปลี่ยนไปนั้นมาจากหลายสาเหตุ เช่น การทำความสะอาดที่อาจยังไม่ดีพอ ไปจนถึงอาหารการกิน หรือยาปฏิชีวนะที่ทานเป็นประจำ 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมาทำความเข้าใจกันก่อนว่าสีของเนื้อฟันธรรมชาติของคนเอเชียนั้นเป็นสีเหลืองนวลๆ หากบางคนมีเคลือบฟันบางก็อาจเห็นว่าสีฟันของตัวเองเหลืองกว่าคนทั่วไปได้เหมือนกัน แนะนำให้ลองอ่านบทความนี้ เพราะ Curaprox จะพาไปดูสาเหตุของอาการฟันเหลือง พร้อมบอกวิธีแก้ไขที่ไม่อันตรายต่อเหงือกและฟันให้ทราบไปพร้อมๆ กัน ดังนี้

สีฟัน ฟันเหลือง

สาเหตุของการสีฟันเปลี่ยนหรือฟันเหลือง

  • เกิดจากพันธุกรรมหรืออายุที่มากขึ้น เพราะเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นเคลือบฟันจะเริ่มบางลง เป็นผลให้ฟันเหลืองได้
  • เกิดจากโครงสร้างภายในของฟันที่เปลี่ยนแปลงไป โดยสาเหตุนี้จะไม่สามารถจัดการได้ด้วยผลิตภัณฑ์ช่วยเรื่องฟันขาว เช่น
    • เกิดจากอุบัติเหตุหรือการกระแทกอย่างแรง ทำให้เส้นประสาทในโพรงประสาทฟัน (Pulp) ก่อให้เกิดเนื้อฟันเปลี่ยนสีได้
    • การรับประทานยาบางชนิด เช่น ยาเตตร้าไซคลิน ที่อาจจะทำให้ฟันเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลหรือสีเทาอ่อนได้ในระยะถัดมา
    • การเกิดอาการฟันผุ จนทำให้ฟันมีอาการเหลืองเป็นหย่อมๆ เนื่องจากมีแบคทีเรียกัดเกราะชั้นเคลือบฟัน ทำให้เห็นสีเนื้อฟันจริงได้ชัดมากขึ้น
  • เกิดจากการสะสมสารที่ก่อให้เกิดสีจากภายนอกตัวฟัน โดยเป็นการสะสมสารโมเลกุลขนาดใหญ่ที่ได้รับจากภายนอกฟัน เช่น 
    • การดื่มเครื่องดื่มประเภทชา กาแฟ ไวน์ หรือน้ำอัดลม 
    • การรับประทานอาหารจำพวกซอสปรุงรส หรือเครื่องเทศ 
    • การสูบบุหรี่ เนื่องจากทาร์ (tar) และนิโคติน (nicotine) สารในบุหรี่เข้าไปตามรูของฟัน 
    • การใช้น้ำยาบ้วนปาก 
  • การดูแลสุขอนามัยช่องปากที่ไม่ดี เช่น การแปรงฟันที่ไม่สะอาด เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสม ทำให้การทำความสะอาดช่องปากและฟันทำได้ไม่ดีพอ จนเป็นสาเหตุทำให้เกิดการเปลี่ยนสีฟันไปจากเดิม
  • การจัดฟัน เนื่องจากเวลาจัดฟันจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ที่ยึดติดฟัน เช่น แร่เงิน มัลกัม ฯลฯ ซึ่งวัสดุเหล่านี้จะทำให้สีของฟันเปลี่ยนเป็นสีเหลืองได้

วิธีทำแก้ฟันเหลือง ทำให้ฟันขาวขึ้นด้วยวิธีธรรมชาติ

สำหรับวิธีการแก้สีฟันที่เปลี่ยนไป หรือแก้ฟันเหลือง จริงๆ แล้วมีทั้งวิธีการทำทันตกรรม เช่น การฟอกสีฟัน การทำวีเนียร์ ซึ่งก็มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสูง อีกทั้งมีผลข้างเคียงบางประการ เช่น หากใช้สารฟอกสีฟันมีความเข้มข้นสูง อาจมีอาการแสบเหงือกและเนื้อเยื่ออ่อนในช่องปาก การเสียวฟันหลังจากฟอกสี เป็นต้น วิธีการทำให้ฟันขาวขึ้นด้วยวิธีการธรรมชาติอย่างการทำความสะอาดเหงือกและฟันจึงเป็นตัวช่วยที่หลายคนเลือกใช้ พร้อมเลือกใช้อุปกรณ์ทำความสะอาดที่มีคุณภาพและมีส่วนช่วยทำให้ฟันขาวขึ้น

วิธีการแปรงฟันที่ถูกต้อง แก้ปัญหาสีฟัน

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เผชิญหน้ากับปัญหาสีฟันเหลืองและหมอง จุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดในการดูแลเหงือกและฟันให้กลับมาแข็งแรง และแก้ปัญหาสีฟันเปลี่ยนสีไปจากการสะสมสารที่ก่อให้เกิดสีบริเวณเคลือบฟัน โดยแนะนำให้แปรงฟันด้วยวิธีการที่ถูกต้อง ตามขั้นตอนเหล่านี้

  • แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งเช้า-เย็น โดยต้องแปรงนานอย่างน้อย 2 นาที
  • ทำการวางแปรงในตำแหน่งที่เหมาะสม โดยทำการวางขนแปรงให้ทำมุม 45 องศากับขอบเหงือก
  • แปรงฟันให้สะอาดทั่วถึง เริ่มต้นจากแปรงไล่มาทางด้านหน้า ขยับแปรงเคลื่อนไปทีละซี่ อาจจะนับ 5 – 10 ครั้งต่อซี่ไปจนถึงฟันกราม จากนั้นเริ่มแปรงด้านหลังของฟันกรามและวนไปด้านในให้เรียบร้อย หลังจากนั้นให้แปรงบริเวณด้านหลังฟันกรามซี่ในสุดของฟันล่างและบริเวณด้านในของฟันล่างส่วนหน้าให้สะอาด หลังจากนั้นให้แปรงบริเวณฟันแถวบนไล่ไปเรื่อยๆ จนถึงบริเวณด้านบดเคี้ยวของฟัน 

สำหรับใครที่ยังไม่เห็นภาพอ่านวิธีการแปรงฟันที่ถูกต้องได้ที่ วิธีแปรงฟันอย่างถูกวิธี ด้วยเทคนิคจากทันตแพทย์ เพื่อสุขภาพฟันที่ดี

แปรงสีฟัน curaprox

เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดฟันคุณภาพช่วยลดการติดของคราบสี

แปรงสีฟันและยาสีฟันคือ อุปกรณ์สำคัญที่ใช้ในการทำความสะอาดช่องปาก หากเลือกซื้อยาสีฟันและแปรงสีฟันที่ไม่มีมาตรฐานก็อาจไม่ได้ช่วยทำความสะอาดได้มากพอเท่าที่ควร อีกทั้งยังเป็นการทำร้ายเหงือกและฟันทางอ้อมด้วย อย่างการเลือกใช้แปรงสีฟันขนแข็งจากความเข้าใจผิดว่า จะช่วยทำความสะอาดฟันได้ดี หรือทำให้ฟันขาวขึ้นได้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วการใช้แปรงสีฟันขนแข็ง นั้นเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการเหงือกร่นตามมาได้ 

ดังนั้น จึงควรเลือกแปรงสีฟันขนนุ่มที่มีคุณสมบัติที่ช่วยในการทำความสะอาดเหงือกและฟันอย่างอ่อนโยน หรือมีความสามารถในการปกป้องสีฟันธรรมชาติ จากการติดสีใหม่บนเคลือบฟันอย่าง แปรงสีฟันไฟฟ้า Curaprox Hydrosonic Black is white ที่ออกแบบมาให้ขนแปรงของหัวแปรงเป็นเส้นใยคาร์บอนที่มีอนุภาคถ่านกัมมันต์อณูละเอียดและมีประสิทธิภาพสูง ซึ่งอนุภาคเหล่านี้จะช่วยขจัดคราบสีได้อย่างอ่อนโยนโดยไม่ทําลายผิวเคลือบฟัน 

อีกทั้งรูปทรงของแปรงสีฟันยังออกแบบมาให้สามารถใช้งานเพื่อแปรงฟันอย่างถูกวิธีได้ง่ายๆ ทั้งด้ามจับทรงแปดเหลี่ยม การสั่นเตือนทุก 30 วินาที เพื่อให้เราเปลี่ยนพื้นที่ในการแปรงต่อไปได้ หรือการสั่นเติมเมื่อครบเวลา 2 นาทีแล้ว รวมถึงระดับการสั่น ที่ถูกออกแบบมาให้อยู่ในความแรงที่พอเหมาะเพื่อช่วยขจัดคราบสีอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการพึ่งพาการสั่นของแปรงสีฟันไฟฟ้า จะเป็นการสั่นที่คงที่ ช่วยควบคุมแรงในการแปรงได้ดีขึ้น 

สำหรับยาสีฟันเองก็ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางที่นำพาส่วนประกอบต่างๆ เช่น ฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุ ผงขัดฟันที่ช่วยขัดถูเพื่อขจัดคราบสี สารเคมีประเภท Peroxide ฯลฯ มาช่วยในการดูแลฟันให้สีฟันกลับมาขาวและสะอาดขึ้น แต่สารบางประเภท เช่น ผงขัดฟันหรือสารเคมีประเภท Peroxide หากใช้ในปริมาณที่ไม่เหมาะสมอาจก่อให้เกิดปัญหาตามมาได้ เช่น อาจมีผลทำให้ผิวเคลือบฟันบางลงและเสียวฟัน อาจทำอันตรายต่อเหงือก ทำให้ฟันสึก เป็นต้น 

การเลือกยากสีฟันจึงควรพลิกหลังกล่องเพื่อดูส่วนประกอบให้ดีว่า อ่อนโยนต่อเหงือกและฟันพร้อมช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องคราบสีตามต้องการจริงๆ หรือเปล่า ซึ่งถ้าคุณมีปัญหาเรื่องสีฟัน ต้องการให้ฟันกลับมาดูสว่างขึ้น แนะนำให้ลองใช้ “ยาสีฟันเพื่อการขจัดคราบสี Black is white” จาก Curaprox เพราะเราเลือกใช้ส่วนประกอบที่ช่วยลดการติดคราบสีโดยไม่เป็นอันตรายต่อเหงือกและฟัน 

ยาสีฟันเพื่อการขจัดคราบสี Black is white จะมีการใช้ Activated Charcoal ที่ช่วยลดการติดคราบสีใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ผงขัดอณูหยาบหรือสารฟอกสีที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง หรือมีอาการเสียวฟันตามมา นอกจากนี้ยังมี Prestige Sparkling Blue® ช่วยสะท้อนแสงสีฟ้า ทำให้ฟันดูขาวยิ่งขึ้นอีกด้วย

curaprox

สรุป

หากต้องการให้สีฟันเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น เริ่มต้นจากการทำความสะอาดภายในช่องปากด้วยการแปรงฟันอย่างถูกวิธี และการแปรงฟันให้นานขึ้นก็ช่วยได้ ประกอบกับเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดีและไม่ทำร้ายเหงือกและฟัน

รวมไปถึงการควบคุมปริมาณในการทานอาหารที่มีสี เช่น ไวน์ ชา กาแฟ อาหารที่มีส่วนผสมของขมิ้น ลดทั้งปริมาณในการทาน ความถี่ในการทาน และความนานในการทานแต่ละมื้อ ก็ช่วยลดการติดคราบสีได้อีกทางหนึ่ง

และที่สำคัญอย่าลืมไปพบทันตแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจสุขภาพช่องปากทุกๆ 6 เดือน เพื่อรับคำแนะนำในการป้องกันก่อนการเกิดโรคและวิธีการดูแลช่องปากที่เหมาะสมจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อสุขภาพช่องปากที่แข็งแรง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียด การใช้งานและการจัดเก็บข้อมูลเพิ่มเติมได้โดยคลิกที่ ปุ่ม More info หรือ Accept เพื่อยอมรับการใช้งาน