“ฟันคุด” แค่พูดถึงก็ทำให้รู้สึกถึงความเจ็บปวดได้แล้ว เพราะเป็นฟันที่ทำให้หลายคนต้องเจอกับประสบการณ์ทำทันตกรรมที่ไม่พึงปรารถนาอย่างการผ่าตัดฟันคุด ซึ่งในบางคนอาจจะต้องทำการผ่าออกถึง 4 ซี่เลยทีเดียว
แต่สำหรับใครที่มีอายุเกิน 20 ปีมาแล้ว และเพิ่งจะเริ่มมารู้สึกถึงปัญหาจากการมีฟันคุด อาจจะมีความกังวลว่า ความเจ็บปวดจากการผ่าฟันคุดที่ร่ำลือนั้นจะมากหรือน้อยกว่าการผ่าออกตอนเด็ก สมควรที่จะทำการผ่าออกหรือไม่ และถ้าผ่าออกควรจะมีวิธีการดูแลหลังจากทำการผ่าฟันคุดอย่างไรบ้าง ตาม Curaprox ไปดูคำตอบพร้อมๆ กันเลย

ฟันคุดคืออะไร
อย่างที่เราทราบกันดีว่า ปกติมนุษย์เราจะมีฟันแท้รวมแล้วทั้งหมด 32 ซี่ แบ่งเป็นฟันบน 16 ซี่ และ ฟันล่าง 16 ซี่ โดยมี 4 ซี่ เป็นฟันกรามที่อยู่ด้านในที่สุด ซึ่งในบางคนฟันสามารถงอกขึ้นมาได้ แต่ถ้าไม่สามารถงอกขึ้นมาได้หรืองอกออกมาเพียงบางส่วนจะเรียกฟันลักษณะแบบนี้ว่า ฟันคุด โดยจะมีลักษณะการขึ้นของแนวฟันคุดอยู่ 3 แบบ คือ
- ฟันคุดที่ขึ้นในเเนวตรง (Vertical impaction)
- ฟันคุดที่ขึ้นในแนวนอน (Horizontal impaction)
- ฟันคุดที่ขึ้นแนวเฉียง
จะรู้ได้อย่างไรว่าฟันคุด
เพื่อให้แน่ใจก็ควรจะเอกซเรย์ดู ก็จะทำให้ทราบว่ามีฟันคุดฝังอยู่ในตำแหน่งไหนบ้าง หรือในบางครั้งฟันคุดอาจทำให้รู้สึกถึงแรงกด หรือปวดบริเวณฟันคุดนั้น ซึ่งหากมีอาการปวดในบริเวณดังกล่าวควรไปพบทันตแพทย์ เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยช่องปากและเอกซเรย์ก่อนทำการวางแผนการรักษาต่อไป

ผ่าฟันคุดตอนอายุเยอะเจ็บกว่าตอนเด็กจริงไหม
โดยปกติแล้วช่วงอายุที่เหมาะสมที่จะทำการผ่าฟันคุดจะเป็นช่วง 15-20 ปี เนื่องจากรากฟันจะยังไม่แข็งแรง คือยาวประมาณ ½ – 2/3 ของรากฟัน นอกจากนี้รากฟันจะยังไม่ยาวจนไปชิดกับเส้นประสาท และกระดูกที่ปกคลุมฟันคุดยังไม่แข็งมากนักทำให้กรอกระดูกและตัดฟันง่าย แต่สำหรับใครที่อายุเยอะแล้วยังมีฟันคุดอยู่
ซึ่งอาจอยู่ในช่วงที่มีสุขภาพไม่ดี มีโรคประจำตัว การผ่าตัดก็จะยุ่งยากมากขึ้น นอกจากนี้ การปล่อยให้ฟันคุดอยู่ในช่องปากนานมากๆ อาจทำให้เสี่ยงฟันซี่ติดฟันคุดผุถึงโพรงประสาทฟันหรือเป็นโรคปริทันต์ได้ง่ายขึ้น แน่นอนว่า ทำให้การรักษาเจ็บปวดกว่าการรีบรักษาตอนอายุยังน้อยแน่นอน
อายุเยอะปล่อยฟันคุดไว้ได้หรือไม่
สำหรับคนไข้ที่มีฟันคุดแต่สามารถงอกออกจากเหงือกได้ตามปกติ เพียงแต่ต้องใช้เวลา หรือประเมินแล้วว่าไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยงของผลแทรกซ้อนที่จะผ่าออกก็อาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องผ่าออก แต่ถ้าหากมีอาการปวด บวม ทำให้ฟันข้างเคียงผุ จากการที่ฟันคุดไปดันฟันข้างเคียง และเศษอาหารติดตรงซอกฟันที่เบียดกัน
หรือในคนไข้ที่มีอายุแล้วจำเป็นต้องใส่ฟันปลอมถอดได้ การใส่ฟันปลอมไปนานๆ อาจทำให้ฟันปลอมกดเหงือก เป็นเหตุให้กระดูกที่คลุมฟันคุดอยู่มีการละลายตัว และฟันคุดอาจโผล่พ้นกระดูกหรือเหงือกได้ ทำให้ต้องผ่าฟันคุดอยู่ดี
ทางที่ดีคือ ควรเข้ารับการวินิจฉัยจากทันตแพทย์ว่าควรที่จะรักษาอย่างไรจึงจะดีที่สุด นอกจากนี้เหงือกของเรามีการเสื่อมสภาพไปตามอายุ เมื่ออายุมากขึ้นความสามารถในการฟื้นฟูหลังการผ่าตัดก็อาจใช้เวลามากกว่า ดังนั้น การหมั่นพบทันตแพทย์เป็นประจำตั้งแต่เนิ่นๆ ก็จะทำให้เราสามารถประเมินความเป็นไปได้ของการรักษาที่จำเป็นในอนาคตได้

วิธีดูแลสุขภาพในช่องปากหลังจากผ่าฟันคุด
สำหรับใครที่ทำการผ่าฟันคุดมาแล้วต้องอย่าละเลยที่จะดูแลรักษาสุขภาพในช่องปากให้สะอาด เพื่อทำให้แผลที่ทำการเย็บมานั้นไม่เกิดปัญหาแทรกซ้อนตามมา โดยมีขั้นตอนการปฏิบัติตัว ดังนี้
- หลังจากทำการผ่าตัดฟันคุดเสร็จให้กัดผ้าก๊อซนาน 1 ชั่วโมง กลืนน้ำลายตามปกติ แต่ถ้าหากมีเลือดไหลออกมาอีก ให้กัดผ้าก๊อซชิ้นใหม่ที่สะอาดต่อไปอีก 1 ชั่วโมง
- ไม่ควรบ้วนน้ำหรือน้ำยาบ้วนปากในวันแรก เพราะอาจทำให้เลือดไหลไม่หยุดได้
- เอาน้ำแข็งใส่ถุงพลาสติกและห่อผ้ามาประคบแก้มด้านนอกบริเวณที่ผ่าฟันคุด ในช่วง 1-2 วันหลังจากผ่าฟันคุด หลังจากนั้นให้ประคบอุ่น
- ในวันแรกสามารถบ้วนปากเบาๆ เพื่อเอาเศษอาหารที่อยู่ใกล้บริเวณแผลออก วันถัดมาสามารถใช้แปรงสีฟันขนนุ่มกวาดทำความสะอาดบริเวณรอบๆแผลได้ โดย Curaprox ก็มีตัวช่วยพิเศษอย่าง แปรงสีฟัน รุ่น surgical mega soft เพื่อผู้ที่มีแผลผ่าตัดในช่องปากโดยเฉพาะ ซึ่งแปรงสีฟันรุ่นนี้จะมีความนุ่มกว่ารรุ่นปกติถึงเท่าตัว เพราะถูกออกแบบมาให้ใช้งานเฉพาะกิจเท่านั้น โดยใช้ปาดบริเวณแผลเย็บเบาๆ เพียง 1-2 ครั้ง เพื่อช่วยกวาดคราบแบคทีเรียนที่ติดอยู่ใกล้บริเวรปากแผลออก การทำความสะอาดในลักษณะนี้จะช่วยทำให้แผลหายเร็วยิ่งขึ้นด้วย
- ถ้าปวดแผล ให้รับประทานยาแก้ปวดตามที่ทันตแพทย์จ่ายให้
- ห้ามออกกำลังกายหนักเกินควร แต่สามารถทำงานได้ตามปกติ
- รับประทานอาหารอ่อนๆ หรืออาหารเหลวที่ไม่ร้อนมากเกินไปเช่น นม หรือโจ๊ก
- มาพบทันตแพทย์เพื่อตัดไหม ประมาณ 7-14 วัน หลังผ่าตัด
ส่วนในการดูแลเหงือกและฟันระยะยาว ก็ควรที่จะทำการ แปรงฟันอย่างถูกวิธี เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพภายในช่องปากอื่นๆ ตามมา รวมถึงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอย่างแปรงสีฟันขนนุ่ม หรือ แปรงสีฟันไฟฟ้า ที่ช่วยทำความสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ แถมยังอ่อนโยนต่อเหงือกและฟัน รวมถึงใช้ ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ ที่จะช่วยทำให้ฟันแข็งแรง ประกอบควบคู่ไปกับการควบคุมพฤติกรรมการทานอาหาร
สรุป
ยิ่งอายุเยอะขึ้น ยิ่งต้องใส่ใจในการดูแลสุขภาพไม่เว้นแม้แต่ “ฟันคุด” ที่ไม่ควรปล่อยเอาไว้นาน เพราะอาจมีผลต่อฟันซี่ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงได้ และเหงือกของเราก็มีอายุมากขึ้นตามวัย จึงควรที่จะเข้าไปปรึกษากับทันตแพทย์เพื่อวางแผนการรักษา รวมถึงดูแลสุขภาพในช่องปากด้วยการแปรงฟันแบบถูกวิธีหลังได้รับการรักษาเพื่อให้แผลหายได้ไวขึ้นและป้องกันการเกิดโรคอื่นในช่องปาก
