นอกจากแปรงสีฟันสำหรับเด็กแล้ว ก็มี “ยาสีฟัน เด็ก” นี่แหละ ที่คุณพ่อคุณแม่มักมีคำถามว่า ควรจะเลือกแบบไหนดี จะใช้ยาสีฟันร่วมกันกับผู้ใหญ่ได้หรือไม่ หรือควรเลือกซื้อยาสีฟันเด็กแบบไหนจึงจะช่วยป้องกันและดูแลสุขภาพปาก เหงือก และฟันให้ลูกรักได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เรื่องนี้ Curaprox มีคำตอบ มาดูกันดีกว่าว่า 5 เคล็ดลับในการเลือกยาสีฟันเด็กให้ลูกน้อยที่เรานำมาฝากกัน มีอะไรที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้และเตรียมตัวกันบ้าง
1.เลือกใช้ยาสีฟันที่ประกอบด้วยผงขัดฟันอณูละเอียด
สำหรับใครที่ไม่รู้จักผงขัดฟัน ส่วนประกอบนี้จะถูกใส่มาในยาสีฟันเพื่อช่วยขจัดคราบต่างๆ และเศษอาหาร ซึ่งสำหรับผู้ใหญ่ที่รับประทานอาหารที่หลากหลาย การแปรงฟันด้วยยาสีฟันที่มีผงขัดฟันก็จะช่วยให้ขจัดเศษอาหารได้ดียิ่งขึ้น ลดการติดของคราบสี แต่สำหรับในเด็กที่ไม่ได้รับประทานอาหารที่ติดสี เช่น ชา กาแฟ หรือรับประทานอาหารอื่นๆ ที่จำเป็นต้องพึ่งพาการขัดถูมากเท่าผู้ใหญ่
คุณพ่อคุณแม่จึงควรเลือกยาสีฟันเด็กที่มีผงขัดอณูละเอียด (Low abrasive) ที่มีค่า RDA (Relative Dentin Abrasion) ในระดับต่ำ ซึ่งเป็นระดับความหยาบของผงขัดที่ใช้ในยาสีฟัน โดยสมาคมทันตแพทย์อเมริกัน (ADA) กำหนดว่ายาสีฟันควรมีค่า RDA ต่ำกว่า 250 เพื่อป้องกันการทำลายเคลือบฟัน ถ้ายิ่งค่า RDA น้อย ยิ่งปลอดภัยต่อเคลือบฟัน ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดรอยบนผิวเคลือบฟันของเด็กได้ เนื่องจากผิวเคลือบฟันของเด็กวัยฟันน้ำนมมีความบางกว่าน้อยกว่าของผู้ใหญ่ อย่างเช่น ในยาสีฟันเด็กของ Curaprox ที่มีค่า RDA เพียง 40 เท่านั้น

เพราะถ้าหากเลือกใช้ยาสีฟันเด็กที่มีผงขัดอณูหยาบมากเกินไปจะทำให้ชั้นนอกของเนื้อฟันหรือ ชั้นเคลือบฟัน(enamel) ถูกทำลาย หากปล่อยให้เด็กๆ ใช้งานต่อเนื่องจะทำให้เกิดรอยขีดข่วนบนเคลือบฟัน นำมาซึ่งอาการเสียวฟันเมื่อรับประทานอาหาร
และยังเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย ก่อให้เกิดโรคต่างๆในช่องปาก เคล็ดลับในการพิจารณาอณูของผงขัดในยาสีฟัน สามารถสังเกตได้ง่ายโดยการบีบยาสีฟันในปริมาณเล็กน้อยบนปลายนิ้ว และใช้นิ้วบี้ยาสีฟัน หากรู้สึกได้ถึงความสาก อาจอนุมานได้ว่ายาสีฟันนั้นมีส่วนผสมของผงขัดอณูหยาบ หรือผู้ปกครองสามารถเลือกใช้ยาสีฟันแบบเนื้อเจลเพื่อเลี่ยงการใช้ส่วนประกอบประเภทนี้
2.เลือกยาสีฟันเด็กที่ไม่มีสารที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้
สารที่มักพบว่าเป็นส่วนประกอบในยาสีฟันและมักก่อให้เกิดการแพ้ เช่น สารที่ทำให้เกิดฟอง (Sodium Lauryl Sulfate : SLS) สารเคมีเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียประเภทไตรโคซาน สารกันบูดประเภทพาราเบน กลูเต็น ซึ่งถ้าหากเลือกซื้อยาสีฟันเด็กที่มีสารเหล่านี้ผสมอยู่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ต่างๆ ตามมา เช่น ผิวหนังอักเสบบริเวณริมฝีปากและมุมปาก ปากลอก อาการผื่นแดง ฯลฯ ดังนั้น ทางที่ดีที่สุดคุณพ่อคุณแม่ควรเลือกซื้อยาสีฟันเด็กที่ระบุว่า ไม่มีส่วนผสมของสารที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ก็จะช่วยป้องกันให้ลูกน้อยปลอดภัยจากอาการดังกล่าวได้
3.เลือกยาสีฟันเด็กที่มีกลิ่นหอม ถูกใจลูกน้อย
การแปรงฟันสำหรับบางบ้านเป็นเหมือนยาขมเลยก็ว่าได้ เด็กๆ หลายคนมักมีอาการต่อต้านเวลาจะต้องแปรงฟันจนคุณพ่อคุณแม่รู้สึกเหนื่อยใจ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องพยายามไม่ละเลยการแปรงฟัน เพราะนั่นจะทำให้เกิดอาการฟันผุตามมาได้ง่ายมากๆ ทางที่ดีที่สุด ลองปรับเปลี่ยนยาสีฟันรสชาติแบบเดิมๆ เป็นยาสีฟันกลิ่นผลไม้ที่เด็กๆ ชอบ เช่น กลิ่นสตรอว์เบอร์รี ซึ่งช่วยทำให้การแปรงฟันกลายเป็นกิจกรรมที่น่าสนุกสำหรับเด็กๆ มากขึ้น

4.เลือกยาสีฟันเด็กที่มีตัวช่วยเสริมการป้องกันฟันผุ
หากต้องการให้เด็กๆ มีสุขภาพช่องปากและฟันที่แข็งแรง อาจจะต้องเลือกยาสีฟันที่มีคุณสมบัติพิเศษ อย่างเช่น มีการเพิ่มเติมเอนไซม์ Amyloglucosidase ซึ่งเป็นเอนไซม์ย่อยสารจำพวกแป้งในคราบพลัค ทำให้คราบพลัคก่อตัวได้ช้าลง และ Glucose Oxidase เป็นเอนไซม์แย่งน้ำตาลทำให้แบคทีเรียร้ายไม่มีอาหารในการเจริญเติบโต จึงไม่สามารถผลิตกรดมาทำลายฟันให้ผุได้ ซึ่งเอนไซม์ทั้ง 2 ชนิดนี้ที่ช่วยกระตุ้นกลไกธรรมชาติในการยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ก่อโรคในช่องปากได้เป็นอย่างดี
5.เลือกยาสีฟันเด็กที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์
อย่างที่คุณพ่อคุณแม่ทราบกันดีว่า ยาสีฟันฟลูออไรด์มีประสิทธิภาพในการป้องกันฟันผุได้ ในผู้ใหญ่เองก็จำเป็นที่จะต้องใช้ยาสีฟันฟลูออไรด์ในปริมาณที่เหมาะสมจึงจะช่วยทำความสะอาดภายในช่องปากและป้องกันยาสีฟันอย่างได้ผล ในเด็กเองก็เช่นกัน โดยเฉพาะในเด็กที่กำลังเจริญเติบโตคุณพ่อคุณแม่ควรเลือกยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์แล้วใช้เป็นประจำทุกวัน
โดยฟลูออไรด์ที่ผสมในยาสีฟัน ควรมีปริมาณ 1000 –1,500 ส่วนในล้าน (ppm) แต่สำหรับในเด็กที่ยังควบคุมการกลืนไม่ได้ควรใช้ในปริมาณที่น้อย รวมถึงคุณพ่อคุณแม่ควรดูแลอย่างใกล้ชิดด้วยการคอยเช็ดฟองยาสีฟันออกหลังแปรงฟันให้ลูกทุกครั้ง
และนี่คือเคล็ดลับเลือก ยาสีฟันเด็กให้ลูก ปี 2022 นี้ แต่ถ้าไม่แน่ใจว่า จะเลือกยาสีฟันยี่ห้อไหนดีถึงจะตอบโจทย์ทุกเช็กลิสต์ที่กล่าวมา เราขอแนะนำยาสีฟันเด็ก 2 สูตรใหม่จาก Curaprox ที่รับรองว่า ดีต่อเด็ก และดีต่อใจคุณพ่อคุณแม่ด้วยคุณสมบัติที่แตกต่าง ดังนี้
แนะนำ ยาสีฟัน เด็ก CURAPROX kids ตัวช่วยดูแลตั้งแต่ฟันน้ำนมซี่แรก!

CURAPROX kids 950 และ CURAPROX kids 1450 ยาสีฟันเด็กที่ Curaprox อยากแนะนำ เพราะเป็นยาสีฟันที่เราคิดมาให้แล้วว่า เหมาะสำหรับเด็กๆ ด้วยคุณสมบัติพิเศษอย่างรสชาติอ่อนโยน ไม่แสบร้อน ในรูปแบบ Sugar-free และมีกลิ่นผลไม้หอมสดชื่น ช่วยทำให้เด็กๆ รู้สึกเพลิดเพลินกับการแปรงฟันมากขึ้น พร้อมรับประโยชน์จากฟลูออไรด์ปริมาณ 950 ppm และ 1450 ppm ที่ช่วยป้องกันฟันผุได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ยังมีเอนไซม์ Amyloglucosidase และ Glucose Oxidase ที่ช่วยกระตุ้นกลไกธรรมชาติในการยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ก่อโรคในช่องปากได้เป็นอย่างดี รวมถึงปราศจากสารที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ เช่น สารที่ทำให้เกิดฟอง (Sodium Lauryl Sulfate : SLS) สารเคมีเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียประเภทไตรโคซาน สารกันบูดประเภทพาราเบน กลูเต็น
ถึงเวลาเลือกยาสีฟันเด็กที่เหมาะสำหรับลูกน้อยของคุณแล้ว อย่าลืมทำตามเคล็ดลับที่นำมาฝากกันวันนี้ รับรองว่า ช่วยให้เด็กๆ มีสุขภาพปากและฟันที่แข็งแรงได้อย่างแน่นอน!
