ลูกน้อยเหงือกบวม มีไข้ขึ้น อาจเป็นอาการของเหงือกอักเสบ

ในช่วงวัยแห่งการเจริญเติบโตของเด็ก ๆ ฟันเองก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ แต่หากในช่วงนี้ลูกน้อยงอแงผิดปกติโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือทานอาหารได้น้อยกว่าปกติ รวมถึงมีเลือดออกขณะแปรงฟัน และมีไข้ขึ้นประกอบร่วมกันกับที่เด็กเหงือกบวม นั่นอาจเป็นสัญญาณของอาการเหงือกอักเสบก็ได้ มาทำความรู้จักอาการและวิธีการรักษานี้ไปพร้อมกัน เพื่อสุขภาพช่องปากและพัฒนาการที่ดีของเด็ก ๆ

เหงือกอักเสบในเด็ก เกิดขึ้นได้อย่างไร

เหงือกอักเสบในเด็ก เด็กเหงือกบวม มักเกิดขึ้นจากคราบจุลินทรีย์ที่เกาะอยู่ตามแนวเหงือก และระหว่างฟัน จนทำให้เกิดอาการเหงือกอักเสบขึ้น ซึ่งคราบจุลินทรีย์ที่สะสมอยู่ด้านหลังของฟัน หลังจากการแปรงฟันจะแข็งตัวบนผิวฟันและกลายเป็นหินปูน โดยหินปูนจะมีความแข็ง และยังเป็นแหล่งสะสมแบคทีเรีย ซึ่งสามารถถูกกำจัดออกไปได้โดยผู้เชี่ยวชาญด้านทันตกรรมเท่านั้น ทำให้หากคราบหินปูนและคราบจุลินทรีย์ติดอยู่บนฟันของเด็ก ๆ อาจทำให้เนื้อเยื่อเหงือกรอบ ๆ ฟันของเด็กระคายเคือง จะนำไปสู่การมีเลือดออกและบวมอันเป็นสัญญาณของเหงือกอักเสบในที่สุด

โรคเหงือกอักเสบอาการเป็นอย่างไร ทำไมลูกถึงมีไข้

อาการอะไรบ้างที่แสดงออกมาว่าลูกน้อยกำลังเหงือกอักเสบ

1. รู้สึกปวดฟันขณะทานอาหาร ทานอาหารน้อยลง

เนื่องจากเหงือกบวม ทำให้แบคทีเรียแพร่กระจายในช่องปาก และเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อและเส้นประสาทโดยรอบฟัน เวลาทานอาหารหรือฟันสบกัน เด็ก ๆ จึงจะรู้สึกปวดง่ายกว่าปกติ และยิ่งถ้ามีพฤติกรรมเสี่ยงอย่างนอนกัดฟัน หรือทานอาหารแข็งหรือเหนียวเกินไปก็ยิ่งปวดฟันง่ายขึ้นด้วย

2. มีกลิ่นปากแรงกว่าปกติ

เพราะเหงือกบวมทำให้พื้นที่ในช่องปากน้อยลง ส่งผลให้ทำความสะอาดเศษอาหารยากขึ้น และกลายเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียจนเกิดเป็นคราบพลัคเกาะตามซอกฟันของเด็ก ส่งกลิ่นเหม็นภายในช่องปากเรื้อรังขึ้น

3. เหงือกเปลี่ยนสีจากชมพูเป็นสีอื่น

โดยปกติเหงือกจะมีสีชมพูหรือแดงอ่อน แต่เมื่อเหงือกบวมจากคราบพลัคแล้ว จะส่งผลให้เนื้อเยื่อรอบ ๆ รากฟัน หรือเอ็นยึดปริทันต์ ที่ยึดฟันไว้ในเบ้ากระดูกขากรรไกรถูกทำลาย ทำให้เหงือกร่นและกลายเป็นที่สะสมเศษอาหาร จนทำลายเคลือบฟันและกระดูกเบ้าฟันของเด็ก โดยเหงือกบริเวณนั้นจะมีสีแดงเข้ม ส่วนฟันที่เคยแข็งแรงก็จะโยกง่ายขึ้น และมีหนองบริเวณเหงือกบวมที่ฟันกรามและฟันหน้า ซึ่งสังเกตได้จากสีเหงือกบวมที่เปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ

4. เลือดออกขณะแปรงฟัน

ซึ่งเกิดจากคราบพลัค ที่เป็นแบคทีเรียที่มีลักษณะเป็นแผ่นฟิล์มอยู่ในช่องปาก ก่อตัวรอบตัวฟัน จนทำให้เหงือกระคายเคือง และทำให้เลือดออกขณะเด็กแปรงฟันและเหงือกบวมตามมา

5. มีไข้ ตัวร้อนรุม ๆ

อาการของเหงือกบวม ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดฟันแทบจะตลอดเวลา กินอาหารน้อยลง หรือแม้แต่แปรงฟันลำบาก ส่งผลให้เด็ก ๆ ใช้ชีวิตลำบากขึ้น เพราะอาการปวดเหล่านี้รบกวนการรับสารอาหารที่เสริมสร้างให้ร่างกายแข็งแรง ทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายตกลงและป่วยง่ายขึ้น โดยสังเกตจากอาการปวดหัว ปวดเมื่อยเนื้อตัว อุณหภูมิสูงกว่า 37 องศาเซลเซียส เป็นต้น

6. ปวดฟันบ่อย ๆ แม้กระทั่งตอนนอน

อาการปวดฟันนั้นเกิดขึ้นได้แทบจะทุกเวลาแม้กระทั่งตอนนอนก็ตาม ทำให้ลูกน้อยสะดุ้งตื่นขึ้นพร้อมกับอาการปวดฟันจนนอนไม่หลับ แล้วพอนอนไม่หลับก็ทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายตกกว่าเดิม

7. มีหนองขึ้นบริเวณเหงือก

หากปล่อยให้เหงือกบวมแดงจนมีตุ่มหนองสีขุ่น ๆ ตัวเหงือกจะเปลี่ยนสีไปจากแดงกลายเป็นแดงเข้มและม่วง รวมถึงอาจมีเลือดซึมออกตามไรฟันและขอบเหงือกด้วย

สังเกตอาการคร่าวๆ ของเหงือกอักเสบ

วิธีป้องกันและรักษาเหงือกอักเสบในเด็ก

  1. บ้วนปากด้วยน้ำที่ผสมเกลือ เพราะเกลือจะช่วยกำจัดแบคทีเรียในช่องปากได้ โดยอาจทำ 3 ถึง 4 ครั้งต่อวัน เพื่อให้อาการดีขึ้น
  2. ดื่มน้ำให้มาก ๆ เพราะหากปากของลูกน้อยแห้ง อาจทำให้เชื้อแบคทีเรียเติบโตได้มากยิ่งขึ้น
  3. ซื้อแปรงที่มีขนนุ่ม เด็กจับได้ถนัด และมีขนาดหัวเล็ก เพื่อไม่ให้บาดเหงือก จนอาจเกิดแผลในช่องปากได้ รวมถึงเก็บแปรงสีฟันไว้ในที่ ๆ สะอาด เพื่อไม่ให้เชื้อโรคเข้าถึงได้ พร้อมทั้งซื้อแปรงสีฟันใหม่ให้ลูกทุก ๆ 3 เดือน เพราะแปรงสีฟันที่เก่าแล้วอาจเสื่อมสภาพ
  4. ให้เด็กแปรงฟันวันละ 2 ครั้ง โดยใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ขนาดเท่าเม็ดถั่ว และควรให้เด็กแปรงฟันครั้งละ 3 ถึง 5 นาที พร้อมดูแลเด็ก ๆ ขณะแปรงฟัน เพื่อไม่ให้เด็กกลืนยาสีฟัน
  5. อาจให้เด็กแปรงฟันด้วยว่านหางจระเข้ เพราะผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ว่านหางจระเข้นั้น มีคุณสมบัติช่วยลดคราบจุลินทรีย์ในช่องปาก
  6. ใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ เพื่อให้ช่องปากและฟันสะอาดอยู่เสมอ
  7. ให้เด็กเข้ารับการตรวจฟันกับทันตแพทย์ทุก ๆ 6 เดือน
  8. ให้เด็กรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมและแร่ธาตุ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของฟันและกระดูก เช่น ผลิตภัณฑ์จากนม เนื้อปลาแซลมอน อัลมอนด์ คะน้า บรอกโคลี หรือผักใบเขียว เป็นต้น
  9. หากเด็กโตพอที่จะดื่มชาได้แล้ว ควรให้เขาดื่มชาที่มีโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่จะช่วยป้องกันไม่ให้คราบจุลินทรีย์เกาะติดฟันเด็ก
  10. ให้เด็กแปรงลิ้นทุกครั้งที่แปรงฟัน เพื่อช่วยลดปัญหากลิ่นปาก และใช้ช้อนหรือไม้ไอติมขูดลิ้นเด็ก เพื่อกำจัดแบคทีเรียที่ลิ้นออก โดยขูดจากด้านในออกมาด้านนอก 10 ถึง 15 ครั้ง
  11. กินผักสดเพื่อช่วยกระตุ้นการทำงานของเหงือกและฟัน และช่วยทำความสะอาดช่องปาก
  12. ให้เด็กรับประทานอาหารที่มีวิตามินดี เพื่อช่วยลดการอักเสบ และวิตามินซี เพื่อรักษาอาการเลือดออกตามไรฟัน รวมถึงให้รับประทานอาหารที่มีแป้งและน้ำตาลน้อย
  13. ช่วยเด็กประคบร้อนบริเวณที่เหงือกอักเสบ
  14. ให้เด็กพักผ่อนอย่างเพียงพอ และไม่ทำให้เด็กเกิดอาการเครียด

วิธีการตรวจเช็กโรคเหงือกอักเสบ

สรุป

อาการเด็กเหงือกบวมเหงือกอักเสบนี้ เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุและหลายปัจจัย แต่ก็สามารถรรักษาและป้องกันได้ด้วยการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างเหมาะสม แต่หากลูกน้อยนั้นยังคงมีอาการเหงือกบวมติดต่อกันเกินกว่า 2 สัปดาห์ ก็ควรที่จะพาไปพบกับทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการรักษาในทันที 

นอกจากนั้น อย่าลืมหาแปรงสีฟันและยาสีฟันที่เหมาะสมกับสุขภาพช่องปากของเด็ก มาใช้งานควบคู่กันไป อย่างแปรงสีฟัน CURAPROX Kids ultra soft และยาสีฟัน CURAPROX kids mint 1450 fluoride ของ Curaprox ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสุขภาพทางช่องปากของเด็ก ๆ ให้สามารถทำความสะอาดได้อย่างเหมาะสมตามช่วงวัยที่กำลังเจริญเติบโตอยู่ของพวกเขา ซึ่งหากใครสนใจ สามารถเข้าไปชมเว็บไซต์ของเรา เพื่อเลือกชมผลิตภัณฑ์ได้เช่นกัน

220 ฿
This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page

Toothbrush แปรงสีฟัน

แปรงสีฟันเด็ก CURAPROX Kids

220 ฿
This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียด การใช้งานและการจัดเก็บข้อมูลเพิ่มเติมได้โดยคลิกที่ ปุ่ม More info หรือ Accept เพื่อยอมรับการใช้งาน