อย่าปล่อยให้คำว่า ‘ฟันผุ แค่นิดเดียว’ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาสุขภาพที่บานปลาย
แค่ฟันผุนิดหน่อย แค่ปวดเหงือกเล็กน้อย หลายคนอาจคิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ แค่รักษาเฉพาะจุดก็คงเพียงพอ แต่ความจริงแล้ว ปัญหาสุขภาพช่องปากที่เกิดขึ้นสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพส่วนอื่นของร่างกายได้ หากปล่อยไว้โดยไม่ดูแลอย่างถูกต้อง และเหมาะสม
เมื่อสุขภาพช่องปาก ไม่ได้จบแค่เรื่องฟัน
หลายคนอาจจะเคยเห็นพาดหัวข่าวผ่านตาเช่น ฟันผุจนติดเชื้อในกระแสเลือด หรือบางรายอาจถึงขั้นเสียชีวิต แล้วทำไมจากโรคทางช่องปากอย่างเดียว ถึงส่งผลทำให้เกิดโรคอันตรายต่อส่วนอื่นของร่างกายเราล่ะ?
“ร่างกายมนุษย์เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ การละเลยอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งจึงอาจส่งผลกระทบต่อเนื่อง และเพิ่มความเสี่ยงให้ระบบการทำงานของร่างกายโดยรวมเสื่อมถอยลง”
มุมมองของแพทย์ที่มีต่อโรคทางช่องปาก
1. Jack Dillenberg, Dean Emeritus, A.T. Still University กล่าวว่า สุขภาพช่องปากมีความสำคัญมากกว่าที่หลายคนคิด ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ฟันขาวหรือกลิ่นปากสดชื่นเท่านั้น เพราะสุขภาพของฟันและเหงือกส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพโดยรวมของร่างกาย
ภายในช่องปากมีแบคทีเรียจำนวนมาก แม้ว่าส่วนใหญ่จะไม่เป็นอันตราย แต่เนื่องจากช่องปากเป็นทางเข้าสู่ทั้งระบบทางเดินอาหารและระบบทางเดินหายใจ แบคทีเรียบางชนิดจึงสามารถก่อโรคได้
งานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่า แบคทีเรียในช่องปากและการอักเสบจากโรคปริทันต์ อาจเกี่ยวข้องกับโรคสำคัญหลายชนิด เช่น เยื่อบุหัวใจอักเสบ โรคหัวใจและหลอดเลือด ภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ และโรคปอดบวม
ผู้ที่มีโรคประจำตัวอย่างเบาหวาน หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ป่วย HIV/AIDS ก็ยิ่งมีความเสี่ยงสูงขึ้น เพราะร่างกายมีความสามารถในการต้านการติดเชื้อลดลง
ดังนั้น สุขภาพช่องปากจึงเป็นหนึ่งในตัวบ่งชี้สำคัญของสุขภาพโดยรวม และการป้องกันปัญหาอย่างเหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ จะช่วยลดความเสี่ยงของโรคร้ายแรงในส่วนอื่นของร่างกายได้อย่างชัดเจน
2. Daniela Weiler แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งวิทยา จาก Cantonal Hospital of Lucerne กล่าวว่า การดูแลสุขภาพช่องปากที่ไม่ดีร่วมกับพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสม สามารถนำไปสู่ภาวะเหงือกอักเสบได้ เนื่องจากเชื้อโรคก่อโรคเข้ามาครอบงำและกระตุ้นการสร้างสารก่อการอักเสบ (inflammatory cytokines)
งานวิจัยหลายชิ้นพบความเป็นไปได้ที่โรคปริทันต์อาจเกี่ยวข้องกับโรคเรื้อรังต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น หลอดเลือดแข็ง เบาหวาน โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ และมะเร็ง
เมื่อเหงือกเกิดการอักเสบเรื้อรัง ก็มีแนวโน้มที่จะนำไปสู่การอักเสบเรื้อรังทั่วร่างกาย เชื้อก่อโรคจากโรคปริทันต์ จะสร้างสารที่ก่อการอักเสบเพิ่มขึ้น โดยผ่านน้ำลายและกระแสเลือดไปยังอวัยวะอื่น ๆ และก่อให้เกิดการอักเสบแบบต่อเนื่อง
ตัวอย่างเช่น ในหลอดเลือด การอักเสบเรื้อรังนี้อาจทำให้เกิดคราบไขมันสะสมในผนังหลอดเลือด (atherosclerotic plaques) ซึ่งพบเชื้อแบคทีเรียจากช่องปากอยู่ภายในด้วย
สำหรับโรคเบาหวานนั้น มีความสัมพันธ์แบบสองทาง คือ เบาหวานเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคปริทันต์ ขณะเดียวกัน โรคปริทันต์ก็ทำให้การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดยากขึ้นด้วย
3. Steven Freeman เจ้าของคลินิกทันตกรรม Elite Smiles กล่าวว่าช่องปากคือสภาพแวดล้อมที่เหมาะอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย เพราะมีทั้งความชื้น ความอบอุ่น และสารอาหารจำนวนมากที่แบคทีเรียสามารถใช้เติบโตได้
เมื่อแบคทีเรียเพิ่มจำนวนมากเกินไป อาจนำไปสู่โรคปริทันต์และฟันผุได้ และเมื่อปัญหาเหล่านี้รุนแรงขึ้น แบคทีเรียก็สามารถแพร่กระจายจากช่องปากไปยังส่วนอื่นของร่างกายได้ แบคทีเรียจากช่องปากสามารถเข้าสู่กระแสเลือดผ่านเหงือกที่อักเสบ ฟันที่เสียหาย หรือบริเวณที่ฟันหลุดหายไปสิ่งนี้จะกระตุ้นการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันในหญิงตั้งครรภ์ การตอบสนองของภูมิคุ้มกันที่มากเกินไปอาจกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของทารกในครรภ์ ทั้งที่ในช่วงนั้นระบบภูมิคุ้มกันของทารกยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อเด็ก และมีความเชื่อมโยงกับภาวะสมองพิการ (Cerebral Palsy)
นอกจากนี้ แบคทีเรียในช่องปากยังอาจเพิ่มความเสี่ยงของการคลอดก่อนกำหนด ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ สำหรับทารกแรกเกิดได้”
สุขภาพช่องปากมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับสุขภาพโดยรวม
จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญหลายท่าน จะเห็นได้ว่าปัญหาสุขภาพช่องปากไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องฟันผุ เหงือกอักเสบ หรือกลิ่นปากเท่านั้น แต่ยังสามารถส่งผลเชื่อมโยงไปถึงโรคต่าง ๆ ทั่วร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ ภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ หรือปัญหาสุขภาพเรื้อรังอื่น ๆ
ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า สุขภาพช่องปากไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะการดูแลช่องปากอย่างถูกต้อง ไม่ได้เป็นเพียงการรักษารอยยิ้มให้สวยงาม แต่คือรากฐานสำคัญของสุขภาพที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนในระยะยาว
