เรื่องใต้เหงือก
ว่าด้วยปัญหาโรคเหงือกเล็กๆ ที่อาจลุกลามไปสู่โรคใหญ่ๆ ได้หากเราไม่ระวัง
เหงือกอักเสบ เรียกได้ว่าเป็นปัญหาช่องปากขั้นเบสิกที่เกิดขึ้นได้ง่าย พบเจอได้ทั่วไป แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าโรคเหงือกอักเสบคือเรื่องปกติที่ทุกคนต้องเป็น เพราะยิ่งโรคนี้ก่อตัวได้ง่ายแค่ไหน ก็หมายความว่าเราสามารถป้องกันได้ง่ายแค่นั้น
บทความนี้จึงอยากนำความเข้าใจผิด หรือสิ่งที่หลายคนน่าจะไม่รู้เกี่ยวกับโรคเหงือกอักเสบมาอธิบายให้เข้าใจ เพื่อที่ผู้อ่านทุกคนจะสามารถหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงของโรคได้อย่างทันท่วงที
- ทำไมหลายคนถึงเป็นโรคเหงือกอักเสบซ้ำบ่อยๆ?
- ไม่ชอบขูดหินปูน ทำอย่างไรถึงจะไม่ต้องไปขูดหินปูนทุก 6 เดือน?
- โรคเหงือกอักเสบเป็นแค่โรคเบาๆ เราไม่ต้องใส่ใจมากก็ได้ใช่ไหม?
“ทำไมหลายคนถึงเป็นโรคเหงือกอักเสบซ้ำบ่อยๆ”
อย่างที่ได้เกริ่นไปแล้วว่าเหงือกอักเสบคือโรคที่เกิดขึ้นได้ง่าย เพราะไม่ได้มีปัจจัยในการเกิดโรคมากเท่ากับฟันผุ ตัวแปรเดียวของโรคเหงือกอักเสบคือ ‘แบคทีเรีย’ ในช่องปาก แต่นั่นแปลว่าการป้องกันโรคก็ทำได้ง่ายกว่าเช่นกัน ด้วยการหมั่นแปรงฟันกำจัดคราบแบคทีเรียอย่างสม่ำเสมอ
อาการของโรคเหงือกอักเสบอาจเริ่มต้นจากเหงือกบวมเจ็บ มีเลือดออกขณะแปรงฟัน ซึ่งเป็นอาการที่ไม่รุนแรงแต่อาจทำให้ผู้ป่วยพานไม่อยากแปรงฟันเนื่องจากการเสียดสีทำให้เหงือกยิ่งเจ็บกว่าเดิม แต่นั่นก็จะส่งผลเสียกับสุขภาพช่องปาก ทำให้แบคทีเรียสะสมมากขึ้น ฟอร์มตัวเป็นหินปูน หรือนำไปสู่อาการที่รุนแรงกว่าเดิม แทนที่จะหยุดแปรงฟันไปเฉยๆ ผู้ป่วยจึงควรเปลี่ยนไปใช้แปรงสีฟันที่มีขนแปรงอ่อนนุ่มแทน
“ไม่ชอบขูดหินปูน ทำอย่างไรถึงจะไม่ต้องไปขูดหินปูนทุก 6 เดือน”
คนส่วนมากมีความคิดว่าเราต้องไปพบทันตแพทย์เพื่อขูดหินปูนเป็นเรื่องปกติ เหมือนกับที่เราต้องเจาะเลือดเพื่อตรวจสุขภาพประจำปี ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด หินปูนคือสิ่งที่ป้องกันได้ และเราจะไม่จำเป็นต้องขูดหินปูนทุกครั้งที่ไปหาหมอฟันก็ได้ ถ้าเรารักษาความสะอาดในช่องปากได้ดีเพียงพอ
หินปูน เกิดจากการฟอร์มตัวของแบคทีเรียในช่องปากซึ่งมีลักษณะเป็นของนิ่ม แต่เมื่อสะสมมากพอจะค่อยๆ เปลี่ยนสภาพจากของนิ่มเป็นของแข็งอย่างหินปูน ซึ่งสามารถกระตุ้นการอักเสบของเหงือกได้ด้วยการปล่อยท็อกซินออกมาทำให้เหงือกบวม อักเสบ มีเลือดไหล และอาจสร้างผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพฟันได้ เป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงควรไปหาหมอฟันเป็นประจำเพื่อขูดหินปูนออก ก่อนที่โรคจะลุกลามใหญ่โตนั่นเอง
“โรคเหงือกอักเสบเป็นแค่โรคเบาๆ เราไม่ต้องใส่ใจมากก็ได้ใช่ไหม”
เหงือกอักเสบ คือโรคที่มีอาการไม่หนักหนา คนไข้หลายคนสามารถหายเองได้โดยไม่จำเป็นต้องพบทันตแพทย์ เนื่องจากร่างกายเรามีกลไกกำจัดเชื้อแบคทีเรียได้เอง แต่ในบางกรณีก็อาจจะนำไปสู่อาการที่รุนแรงกว่านั้นได้ด้วยเช่นกัน
หนึ่งในตัวอย่างที่หลายคนอาจคาดไม่ถึงก็คือ ‘โรคปริทันต์’ ซึ่งมีระดับความรุนแรงมากกว่า จะเกิดขึ้นเมื่อหินปูนปล่อยท็อกซินมากจนทำให้กระดูกฟันที่อยู่ใต้เหงือกค่อยๆ ละลายหายไป ฟันเริ่มโยก คนไข้มีความเสี่ยงต้องถอนฟันในที่สุด
หากลองเปรียบเทียบระหว่างเหงือกอักเสบและโรคปริทันต์ เหงือกอักเสบจะมีผลแค่กับเหงือกส่วนเดียว ขณะที่ปริทันต์อักเสบจะมีผลกับทั้งเหงือก กระดูกใต้เหงือก ผิวรากฟัน และอวัยวะโดยรอบ จึงเป็นโรคที่มีระดับความรุนแรงสูงกว่า
การพัฒนาจากขั้นเหงือกอักเสบไปสู่โรคปริทันต์นั้นไม่มีอาการบ่งชี้แน่ชัด ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล บางกรณีอาจเป็นแค่เหงือกอักเสบตลอดชีวิต ในขณะที่บางกรณีก็พบอาการเหงือกอักเสบแค่ในระยะเวลาสั้นๆ และพัฒนาไปสู่โรคปริทันต์ในทันที ฉะนั้น ผู้ป่วยควรใส่ใจกับการดูแลช่องปาก และเฝ้าระวังอาการของโรคเหงือกอยู่เสมอ
ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยเหงือกอักเสบ
แปรงสีฟันรุ่น VELVET ที่มีขนแปรงนุ่มเป็นพิเศษ เหมาะสำหรับผู้ป่วยเหงือกอักเสบที่มักจะมีอาการเหงือกบวม และเลือดออกขณะแปรงฟัน โดยใช้ร่วมกับแปรงกระจุก CURAPROX CS 1006 SINGLE หรือ CURAPROX CS 1009 SINGLE สำหรับซอกซอนทำความสะอาดเฉพาะจุด และแปรงซอกฟัน CURAPROX CPS ขนาดต่างๆ ที่เหมาะสมกับสภาพฟันของแต่ละคน
ยาสีฟัน CURAPROX Enzycle, 1450 fluoride ประกอบด้วยฟลูออไรด์ 1450 ppm เหมาะกับผู้ที่มีภาวะเสี่ยงต่อฟันผุ
[row_inner_3] [col_inner_3 span__sm=”12″] [/col_inner_3] [/row_inner_3]










