สำหรับคนชอบความเปลี่ยนแปลงที่อยากหาโอกาสเปลี่ยนแปรงสีฟันธรรมดา มาเป็นแปรงสีฟันไฟฟ้า แต่ไม่แน่ใจว่าจะมีเหตุผลมากพอให้ต้องเปลี่ยนแปลงจริงเหรอ และความจริงแล้วแปรงสีฟันไฟฟ้าเหมาะหรือจำเป็นกับใครกันแน่
ลองมาสำรวจคุณสมบัติที่จะทำให้รู้ว่าเราเป็นคนที่มีเหตุผลมากพอที่จะเปิดใจให้แปรงสีฟันไฟฟ้าสักอันเข้ามาในชีวิตแล้วหรือยัง ด้วยเช็กลิสต์ 4 ข้อนี้
1. อายุมากขึ้น ขยับแปรงสีฟันนานๆ ก็เมื่อยได้
เมื่ออายุมากขึ้น สมรรถภาพของร่างกายก็ย่อมลดลงเป็นธรรมดา จึงไม่น่าแปลกใจที่เราจะเห็นผู้สูงวัยหลายคนไม่ชอบทำกิจกรรมที่ต้องออกแรงหรือขยับร่างกายบ่อยๆ ไม่เว้นแม้แต่กิจวัตรประจำวันอย่างการแปรงฟัน ที่เคยทำได้ดี ก็ไม่ค่อยมีแรงขยับข้อมือไปมาเพื่อทำความสะอาดฟันอย่างพิถีพิถันเหมือนก่อน จนกลายเป็นสาเหตุที่ทำให้สุขภาพเหงือกและฟันของคนสูงวัยเกิดปัญหามากขึ้น
แต่แปรงสีฟันไฟฟ้า มีเทคโนโลยีการสั่นที่หัวแปรง ทำให้ไม่จำเป็นต้องออกแรงและช่วยลดการขยับข้อมือลงได้ จึงสามารถแปรงฟันให้สะอาดได้โดยไม่ต้องแลกกับการปวดเมื่อยแขนและมืออีกต่อไป
2. แปรงฟันไม่ถูกวิธีและแก้ไขอย่างไรก็ไม่หาย
ปกติแล้ว การแปรงฟันอย่างถูกวิธีด้วยแปรงสีฟันทั่วไปก็เพียงพอสำหรับการทำความสะอาดเหงือกและฟันได้ แต่หากแปรงฟันไม่ถูกวิธี แปรงเร็ว หรือแรงเกินไป ก็จะทำให้ฟันไม่สะอาด ทิ้งร่องรอยของคราบพลัค (Plaque) หรือคราบจุลินทรีย์ที่เกิดจากแบคทีเรียและน้ำตาลเอาไว้ หลายคนพยายามแก้ปัญหาด้วยการแปรงฟันให้แรงขึ้น แต่นอกจากไม่ช่วยให้ฟันสะอาดขึ้นแล้ว ยังต้องแลกมาด้วยการที่ฟันถูกเสียดสีจนเนื้อฟันสึกอีกด้วย
จึงเป็นเวลาที่แปรงสีฟันไฟฟ้าจะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาการแปรงฟันอย่างไรก็ไม่สะอาดเสียที เพราะเทคโนโลยีการทำความสะอาดที่อ่อนโยน การออกแบบหัวแปรง และขนแปรงที่ทำความสะอาดซอกซอนได้ทั่วถึงแม้ในพื้นที่เข้าถึงยาก จะช่วยให้การแปรงฟันให้สะอาดทุกซอกทุกมุมไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
3. เกิดอุบัติเหตุ หรือมีปัญหาด้านสุขภาพ
สำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือประสบอุบัติเหตุจนบาดเจ็บ ทำให้เคลื่อนไหวร่างกายได้ไม่เต็มที่ ความสามารถในการดูแลตัวเองก็ย่อมลดน้อยลงไปด้วย แม้แต่การแปรงฟันที่ไม่เคยเป็นเรื่องยากมาก่อน แต่ในเวลาที่ร่างกายไม่พร้อม การแปรงฟันก็กลายเป็นงานหนักที่ยากจะทำให้ดีเหมือนเดิมได้
การใช้แปรงสีฟันไฟฟ้าจึงเป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ หรือประสบอุบัติเหตุ ให้สามารถรักษาความสะอาดของเหงือกและฟันได้แม้ในวันที่ร่างกายไม่พร้อมเท่าไรนัก
4. ชอบความทันสมัยและถูกใจ Gadget
และสุดท้าย ไม่ต้องหาเหตุผลอะไรมาอธิบาย ถ้าคิดว่าของมันต้องมี ก็คงต้องมี เพราะหากศึกษาข้อมูล เข้าใจการทำงานของแปรงสีฟันไฟฟ้า และเลือกหัวแปรงที่เหมาะสมกับตัวเองได้แล้ว การเลือกแปรงสีฟันไฟฟ้าดีๆ สักอันมาใช้ ก็ถือเป็นการลงทุนกับอุปกรณ์ทำความสะอาดเหงือกและฟันที่คุ้มค่าไม่น้อย
หากพบว่าในคุณสมบัติทั้ง 4 ข้อ มีอย่างน้อยหนึ่งข้อที่ตรงกับตัวเองแล้วละก็ นั่นคือสัญญาณแห่งการเปลี่ยนแปลง และถึงเวลาที่จะเปลี่ยนจากแปรงสีฟันทั่วไป และเปิดใจให้กับแปรงสีฟันไฟฟ้า Curaprox Hydrosonics pro ที่คุณสามารถมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยทุกครั้งที่ใช้งาน เพราะคุณสมบัติดังนี้
1. ขนแปรงที่ผลิตจากเส้นใยคูเรน Curen® วัสดุจดสิทธิบัตรเฉพาะของคูราพรอกซ์ มีลักษณะนุ่มพิเศษ อ่อนโยน แต่คงประสิทธิภาพการทำความสะอาดดีเยี่ยม
2. ด้วยเทคโนโลยีไฮโดรไดนามิก (Hydrodynamic) ตัวช่วยสำคัญในการขจัดคราบแบคทีเรียออกจากเหงือกและฟันอย่างสะอาดหมดจด โดยอาศัยการเคลื่อนไหวของน้ำ และการสั่นของแปรงไฟฟ้า จนเกิดเป็นฟองละเอียดขนาดเล็กช่วยขจัดคราบแบคทีเรียอย่างอ่อนโยน โดยไม่ทำร้ายเหงือกและฟัน
3. นวัตกรรม Curacurve® หัวแปรงที่มีการปรับองศาเล็กน้อย เป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลจาก German Design Award 2021 สาขาการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์และสุขภาพ ทำให้ได้หัวแปรงที่มีการปรับระดับองศาให้แตกต่างกันไปตามหลักสรีระศาสตร์ เช่น ลักษณะเหงือกของคนทั่วไป เหงือกที่มีปัญหา หรือผู้ที่ต้องดูแลรากฟันเทียม ทำให้ Curaprox Hydrosonic pro เป็นแปรงสีฟันไฟฟ้าที่ตอบทุกความต้องการของคนรักเหงือกและฟัน เพราะทั้งสะดวก ช่วยรักษาความสะอาด และมั่นใจในความปลอดภัยจากผลข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์ได้



