รักษารากฟัน

ปวดฟันมากทำอย่างไรดี? สำหรับใครที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปวดฟัน การติดเชื้อและการอักเสบภายในโพรงประสาทฟัน นอกจากการถอนฟันซี่ที่สร้างความเจ็บปวดทิ้งไปเลย ยังมีอีกหนึ่งวิธีที่นิยมทำกันในปัจจุบัน เพื่อรักษาฟันซี่สำคัญไว้และทำให้กลับมาใช้งานได้ตามเดิม นั่นคือ “การรักษารากฟัน”  

ว่าแต่การรักษารากฟันคืออะไร ราคาเท่าไหร่ ทำได้อย่างไร เจ็บไหม และอีกหลากหลายคำถามที่สงสัยอาจทำให้ไม่กล้าตัดสินใจว่าควรที่จะทำการรักษาฟันด้วยวิธีนี้หรือไม่ บทความนี้ Curaprox เลยทำการรวบรวม 10 เรื่องที่ควรรู้ก่อนทำการรักษารากฟันมาฝาก ซึ่งจะมีอะไรที่ต้องรู้บ้างตามไปดูพร้อมกันเลย

รักษารากฟัน

1.รักษารากฟันคืออะไร

การรักษารากฟัน (Root canal treatment) คือ กระบวนการรักษาฟันที่เกิดความเสียหายภายในเนื้อฟันหรือฟันที่ถูกทำลายจากฟันผุจนทะลุไปถึงโพรงประสาทฟัน และซ่อมแซมฟันที่ติดเชื้อ โดยการอุดคลองรากฟันและบูรณะตัวฟันด้วยการครอบฟันให้กลับมาสวยงามและใช้งานได้ตามปกติ

2.รักษารากฟัน เจ็บไหม

แน่นอนว่าจะต้องมีอาการเจ็บร่วมด้วย เพราะการรักษารากฟันเป็นการเป็นการทำทันตกรรมที่เกี่ยวกับเส้นประสาท รากฟัน และเส้นเลือดที่ทำการหล่อเลี้ยงฟัน แต่อาการเจ็บมากหรือน้อยแต่ละคนต่างกันขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค จำนวนซี่ ลักษณะซี่ฟัน เป็นต้น ซึ่งทันตแพทย์มักทำการฉีดยาชาเพื่อบรรเทาอาการระหว่างทำการรักษา  แต่หลังจากยาชาหมดฤทธิ์ก็จะมีอาการเจ็บหรือปวด ซึ่งสามารถรับประทานยาแก้ปวดตามอาการได้

3.รักษารากฟันแตกต่างจากการถอนฟันอย่างไร

การรักษารากฟันจะเป็นวิธีการรักษาฟันให้คงอยู่ในช่องปากต่อไปได้ โดยไม่ต้องสูญเสียฟันและไม่ต้องใส่ฟันเทียม จึงได้ความเป็นธรรมชาติมากกว่าการใส่ฟันปลอม นอกจากนี้ การรักษารากฟันยังช่วยให้เบ้ากระดูกฟันไม่ยุบตัวอีกด้วย แต่ก็จะมีราคาที่สูงกว่าการถอนฟันออกไปเลยแบบถาวรและใช้เวลาในการรักษาที่นานกว่า รวมถึงต้องดูแลหลังการทำการรักษาอย่างดี เพราะฟันที่รักษารากฟันจะมีลักษณะเปราะมากกว่าฟันปกตินั่นเอง

4.สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาที่รากฟัน

ส่วนสาเหตุที่ทำให้รากฟันมีปัญหาจนต้องทำการรักษารากฟันนั้นมีอยู่ด้วยกันหลายประการ ยกตัวอย่างเช่น

การปล่อยให้มีฟันผุมาก การมีปัญหาโรคเหงือกอักเสบเรื้อรัง ฟันได้รับการกระทบกระแทกที่รุนแรงจนทำให้ฟันแตกหักลึกถึงโพรงประสาทฟัน หรืออาจเกิดจากพฤติกรรมส่วนตัว เช่น การนอนกัดฟัน การเคี้ยวของแข็งจนทำให้ฟันสึก ฟันแตก ฟันร้าว การกัดเค้นฟัน หรือใช้ฟันรุนแรง ฯลฯ สาเหตุทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสิ่งที่รบกวนโพรงประสาทฟัน และอาจทำให้เชื้อโรคสามารถแทรกซึมข้าไปในส่วนของโพรงประสาทฟัน ถ้าหากไม่รีบทำการรักษาอาจสร้างความเจ็บปวด เกิดอาการบวม และเป็นหนองตามมาได้

รักษาฟัน

5.สัญญาณเตือนว่าควรรักษารากฟัน

  • ปวดฟันโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ปวดฟันระหว่างกัดฟันหรือเคี้ยวอาหาร
  • มีอาการเสียวฟันเป็นระยะเวลานาน จากของร้อนหรือเย็น
  • ปวดและเหงือกบวมจากอาการเหงือกติดเชื้อ
  • ฟันเปลี่ยนสี เป็นสีคล้ำลง
  • ฟันมีรอยร้าว หรือมีอาการผุอย่างรุนแรงกว่าเก่า
  • มีอาการบวมที่เหงือก

6.รักษารากฟันราคาแพงหรือเปล่า

การรักษารากฟันนั้นมีราคาแพงกว่าการถอนฟันออกไปเลย เนื่องจากเป็นวิธีการที่ค่อนข้างยุ่งยากและสลับซับซ้อน และยังต้องใช้ระยะเวลา ซึ่งราคาการรักษารากฟันแต่ละซี่ก็จะมีราคาที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับระยะของโรคและความยากง่ายในการรักษาด้วย เช่น ฟันกรามจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าฟันซี่อื่นๆ โดยจะอยู่ที่ 10,000 บาทขึ้นไป

7.รักษารากฟันใช้เวลานานไหม

ระยะเวลาในการรักษารากฟันจะขึ้นอยู่กับความซับซ้อน และการติดเชื้อของฟันที่รักษา หากเป็นไม่มาก เช่น กรณีเชื้อโรคยังไม่ลงบริเวณปลายรากมากนักก็สามารถรักษาได้ในครั้งเดียว แต่ถ้ามีการติดเชื้อในคลองรากฟันรุนแรง ก็จำเป็นต้องใช้เวลารักษา 2 – 4 ครั้ง ระยะเวลาห่างกันประมาณ 1-2 สัปดาห์

8.อาการหลังรักษารากฟัน

ในช่วง 2-3 วันแรกจะมีอาการเจ็บและเหงือกบวม แต่หลังจากนั้นอาการจะทุเลาลง หากมีอาการปวดมากสามารถรับประทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการปวดได้ แต่ถ้าหากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดเกิน 2-3 วัน หรือบวมมากผิดปกติ ควรรีบกลับมาพบทันตแพทย์ทันที

9.รักษารากฟันแล้วทำไมต้องกลับมาหาทันตแพทย์

ถึงแม้ว่าจะทำการรักษารากฟันซี่ที่มีปัญหาจนหายแล้ว ก็ควรที่จะเข้ารับการตรวจสุขภาพในช่องปากเป็นประจำอย่างน้อยทุกๆ 6 เดือน ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันจากฟันผุและโรคเหงือก รวมถึงลดความเสี่ยงที่จะต้องกลับไปรักษารากฟันอีกครั้งได้อีกด้วย

แปรงฟัน

10.การดูแลสุขภาพในช่องปากหากไม่อยากรักษารากฟัน

สำหรับใครที่เริ่มมีปัญหาสุขภาพในช่องปาก และกังวลว่า ในอนาคตอาจต้องเสียเงินและเวลาไปกับการรักษารากฟัน แนะนำให้เริ่มต้นดูแลสุขภาพในช่องปากให้ดีขึ้นด้วยการเข้าพบทันตแพทย์เพื่อรักษาปัญหาต่างๆ ที่เป็นอยู่ และกลับมาดูแลและทำความสะอาดช่องปากด้วยการแปรงฟันที่ถูกวิธี หรือถ้าใครอยากเสริมสร้างฟันให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้นอาจใช้วิธีการแปรงฟันแห้งร่วมด้วยก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของฟลูออไรด์ที่ช่วยป้องกันฟันผุ

นอกจากการแปรงฟันที่ถูกต้องแล้ว การเลือกใช้แปรงสีฟันที่ดี อย่าง แปรงสีฟันขนนุ่ม ที่เป็นแปรงสีฟันที่มีปลายขนในลักษณะปลายมน หน้าตัดตรง ตัวขนแปรงจะต้องคงรูปแม้แต่ตอนที่เปียกน้ำ และไม่ย้วยในขณะที่เปียกก็จะช่วยขจัดคราบแบคทีเรียได้ดี ไม่เป็นอันตรายต่อเหงือกและฟัน รวมถึงการเลือกใช้ ยาสีฟันฟลูออไรด์ ที่มีปริมาณฟลูออไรด์ที่เหมาะสมก็จะเป็นการช่วยเสริมเกราะป้องกันทำให้ฟันแข็งแรงมากขึ้นได้อีกวิธีหนึ่งด้วย

สรุป

รากฟัน เป็นส่วนประกอบสำคัญของฟัน หากไม่ทำการดูแลให้ดีพอด้วยการทำความสะอาดอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอย่อมทำให้เกิดปัญหาสุขภาพต่างๆ เกี่ยวกับช่องปากตามมา และสุดท้ายอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงในการสูญเสียฟันซี่สำคัญไปเลยก็ได้ อีกทั้งยังเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาอีกด้วย ทางที่ดีควรที่จะเข้ารับการตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำ ปรับพฤติกรรมการทานอาหาร และพฤติกรรมเสี่ยงอื่นๆที่อาจก่อให้เกิดโรคในช่องปาก พร้อมทั้งแปรงฟันอย่่างถูกวิธีเพื่อทำให้เหงือกและฟันห่างไกลจากโรคได้มากที่สุด

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียด การใช้งานและการจัดเก็บข้อมูลเพิ่มเติมได้โดยคลิกที่ ปุ่ม More info หรือ Accept เพื่อยอมรับการใช้งาน