2 สิ่งสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพช่องปากลูกน้อย

สุขภาพช่องปากลูก

หากนึกถึงปัจจัยที่มีผลต่อสุขภาพในช่องปากและฟันของลูกน้อย คุณพ่อคุณแม่หลายคงจะนึกถึง ‘อาหาร’ เป็นอย่างแรก

เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าช่องปากและฟันคือทางผ่านและด่านแรกที่ต้องสัมผัสและทำหน้าที่บดเคี้ยวอาหารทุกอย่างที่ทุกคนรับประทานเข้าไป

แต่นอกจากอาหารแล้ว ปัจจัยสำคัญอีกอย่างก็คือ ‘เวลา’ ซึ่งหมายถึงช่วงเวลาและความถี่ในการรับประทานอาหารก็มีผลต่อสุขภาพในช่องปากและฟันของลูกเช่นกัน

เราจะลองใช้ Stephen curve ช่วยอธิบายว่าทำไม ‘อาหารและเวลา’ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคฟันผุได้ ดังนี้

สุขภาพช่องปากลูก

ก่อนอื่น ต้องทำความเข้าใจว่า ปกติแล้วช่องปากของคนเราจะมีค่า pH ประมาณ 6.3-7.0 ซึ่งถือว่ามีสภาพเป็นกรดอ่อนๆ หรือเป็นกลาง (pH > 7 คือเป็นด่าง)

ส่วนทางทันตกรรมนั้น เมื่อช่องปากมีค่า pH ต่ำกว่า 5.5 หรือมีความเป็นกรดมาก ถือเป็นช่วงเวลาที่มีโอกาสเสี่ยงจะเกิดฟันผุ เพราะกรดในช่องปากนี่เองคือตัวทำลายผิวเคลือบฟัน ทำให้ฟันผุ เป็นรู หรือเป็นโพรงได้ง่าย และด้วยโครงสร้างของฟันน้ำนมที่มีเคลือบฟันบางกว่าฟันแท้ ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสการเกิดฟันผุได้ง่ายขึ้นไปอีก

รู้อย่างนี้แล้ว คุณพ่อคุณแม่อาจจะสงสัยว่าแล้วเมื่อไหร่ที่ช่องปากของลูกน้อยจะมีสภาพเป็นกรด หรือมีค่า pH ต่ำกว่า 5.5

คำตอบก็คือ ทุกครั้งที่ลูกรับประทานอาหารประเภทแป้งและน้ำตาลเข้าไป จะทำให้แบคทีเรียในช่องปากทำงาน ส่งผลให้ความเป็นกรดในช่องปากเพิ่มมากขึ้น (ค่า pH ลดลง) และอาจต้องใช้เวลาประมาณ 40-60 นาที เพื่อกลับมาสู่สภาวะปกติ (pH 6.3-7.0) ได้ตามปกติ

สุขภาพช่องปากลูก

เวลาและอาหาร เกี่ยวข้องกับโรคฟันผุได้อย่างไร ?

โดยทั่วไปแล้ว คนเราควรรับประทานอาหารวันละ 3 มื้อ แต่ในระหว่างวันนั้น ก็อาจจะมีการกินจุบจิบ หรือรับประทานอาหารว่าง ซึ่งส่วนมากมักจะเป็นอาหารประเภทเครื่องดื่ม ขนมหวาน ซึ่งก็คือแป้งและน้ำตาลตัวการสร้างความเป็นกรดในช่องปากนี่เอง ดังนั้นยิ่งมีความถี่ในการรับประทานมากขึ้นเท่าไหร่ ก็เท่ากับเป็นการเพิ่มโอกาสให้เกิดโรคฟันผุมากขึ้นตามไปด้วย
สุขภาพช่องปากลูก

การรับประทานขนมและของหวานบ่อยๆ คือตัวการร้ายที่ทำให้เกิดฟันผุ

คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจจะคอยห้ามไม่ให้ลูกรับประทานขนมหรือของหวานครั้งละมากๆ เพราะกลัวว่าจะทำให้ฟันผุ แต่ความจริงแล้วการรับประทานทีละน้อยแต่ทานบ่อย หรือรับประทานด้วยระยะเวลานาน ก็สอดคล้องกับการอธิบายของ Stephen curve เพราะการรับประทานจุบจิบไปเรื่อยๆ เท่ากับการส่งอาหารเข้าปากไปให้แบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในช่องปากนั้นมีอาหารที่หล่อเลี้ยงตลอดเวลา เมื่อแบคทีเรียทำงาน ก็จะยืดช่วงเวลาที่ช่องปากมีสภาพเป็นกรดออกไปนานขึ้น ดังนั้น นอกจากคุณพ่อคุณแม่จะควบคุมปริมาณขนมและของหวาน หรืออาหารประเภทแป้งและน้ำตาลแล้ว การควบคุมเวลารับประทานอาหาร เช่น ไม่ให้ลูกรับประทานขนมจุบจิบระหว่างวันมากเกินไป คอยเตือนไม่ให้ลูกอมข้าว หรือรับประทานข้าวแต่ละมื้อนานเป็นชั่วโมง เพราะสามารถทำให้ฟันผุได้เช่นกัน คุณพ่อคุณแม่จึงควรจบมื้ออาหารแต่ละมื้อของลูกภายใน 20-30 นาที
สุขภาพช่องปากลูก

การแปรงฟันให้สะอาดจะทำให้ทุกอย่างเป็นเรื่องง่าย

คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจจะเริ่มคิดว่า การห้ามลูกน้อยรับประทานขนมหรือของหวานนั้นเป็นเรื่องยาก ยิ่งลูกที่อยู่ในวัยเข้าโรงเรียนแล้ว ย่อมมีมื้ออาหารหรือของว่างที่โรงเรียนจัดไว้ให้ หรือในช่วงกักตัวอาจจะทานบ่อยกว่าปกติ ดังนั้นสิ่งที่ควรสอนให้ลูกทำหลังจากรับประทานอาหารก็คือ ดื่มน้ำเปล่า บ้วนปากด้วยน้ำสะอาด เพื่อชะล้างอาหาร และช่วยปรับให้ค่า pH ในช่องปากกลับคืนสู่ปกติเร็วขึ้น และแปรงฟันให้สะอาด อย่างน้อยครั้งละ 2 นาที เป็นประจำวันละสองครั้งเช้า-เย็น หรือทุก 12 ชั่วโมง ด้วยแปรงสีฟัน CURAPROX ที่จะช่วยดูแลรักษาฟันของลูกให้สะอาด เพียงเท่านี้ก็จะช่วยจัดการกับแบคทีเรียที่ทำให้เกิดกรดในช่องปากที่เป็นสาเหตุของฟันผุของลูกน้อยได้แล้ว

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

Related Posts

CURAPROX Travel set1

ไปที่ไหน ความสะอาดขอไปด้วย ชุดแปรงสีฟันพกพา CURAPROX Travel Set

ชุดแปรงสีฟันขนาดพกพา CURAPROX Travel Set ใครบอกว่าเราแปรงฟันได้แค่ที่บ้านเท่านั้น? เพราะหลังจากทานอาหารระหว่างวัน ความมั่นใจในเรื่องกลิ่นปากและความสะอาดก็แทบหายไปหมด

การใช้แปรงซอกฟัน

เคลียร์ซอกฟันให้สะอาด ด้วยแปรงซอกฟัน

หากคุณเริ่มคิดว่าจะใช้แปรงซอกฟัน นั่นคือ คุณกำลังจะปฏิวัติสุขภาพช่องปากของคุณ เพราะคนทั่วไปยังไม่ตระหนักถึงความสำคัญของความสะอาดของจุดนี้ ซึ่งคิดเป็นพื้นที่ อีก 30% ของพื้นที่ที่ควรถูกทำความสะอาด การทำความสะอาดพื้นที่ส่วนนี้ จึงต้องใช้แปรงซอกฟัน เพื่อทำความสะอาดแบบ 100% และสุขภาพช่องปากที่ดีตลอดไป