เข้าใจเรื่องฟัน ผ่านพัฒนาการลูก

เข้าใจเรื่องฟันผ่านพัฒนาการลูก

คุณแม่หลายคนอาจคิดว่าฟันน้ำนมจิ๋วๆ ของลูกตัวน้อย จะเริ่มพัฒนาเมื่อลูกลืมตาดูโลก แต่ในความเป็นจริงแล้ว การพัฒนากระดูกจะเริ่มสร้างตั้งแต่ลูกน้อยมีอายุในครรภ์ประมาณ 4-6 สัปดาห์ ซึ่งนั่นก็รวมไปถึงการเริ่มต้นของฟันน้ำนมด้วย

และคนสำคัญที่จะช่วยให้การพัฒนาฟันน้ำนมของลูกในครรภ์เป็นไปอย่างมีคุณภาพก็คงหนีไม่พ้นคุณแม่ผู้ที่มีส่วนในการกำหนดว่าสุขภาพฟันของลูกน้อยจะเป็นอย่างไรในอนาคต

เข้าใจเรื่องฟันผ่านพัฒนาการลูก

Stage 1 : ฟันน้ำนมเริ่มสร้างตั้งแต่ในท้องคุณแม่

เพราะการสร้างตัวของฟันลูก ก็เหมือนการเจริญเติบโตของร่างกายที่ต้องการสารอาหารหลายชนิด โดยเฉพาะแคลเซียมและฟอสฟอรัส ที่จะทำให้ชั้นเคลือบฟันและเนื้อฟันแข็งแรง คุณแม่ตั้งครรภ์นอกจากต้องกินอาการครบ 5 หมู่แล้ว ยังควรเพิ่มการกินอาหารที่มีแคลเซียมและฟอสฟอรัส เช่น นม ไข่ และปลาตัวเล็กตัวน้อยมากขึ้น และหากคุณแม่ดูแลสุขภาพในช่องปากไม่ดีหรือปล่อยให้มีปัญหาในช่องปาก เช่น โรคฟันผุ เหงือกอักเสบ หรือเชื้อราในช่องปาก ก็จะส่งผลไปถึงพัฒนาการกระดูกและฟันของลูกน้อยในครรภ์ได้ หากถามว่าทำไมคุณแม่ตั้งครรภ์ถึงจำเป็นต้องดูแลสุขภาพในช่องปากมากเป็นพิเศษ ก็ต้องตอบว่ามีปัจจัยหลายอย่างที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการอาเจียน ทำให้กรดในกระเพาะถูกดันออกมากัดกร่อนฟันของคุณแม่ให้ผุ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย ทำให้กินอาหารได้น้อยหรือกินบ่อยเกินไป โดยเฉพาะการกินอาหารประเภทแป้งและน้ำตาลมากเกินไป รวมถึงการที่ภูมิต้านทานในร่างกายคุณแม่ลดลง ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาในช่องปากได้ง่ายขึ้นวิธีการดูแลช่องปากของคุณแม่ที่ทันตแพทย์แนะนำก็คือ ควรแปรงฟันให้สะอาดร่วมกับยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ กินอาหารเป็นมื้อ ลดการกินจุบจิบ และหากอาเจียน ควรบ้วนปากด้วยน้ำสะอาดและจิบน้ำเปล่าตาม เพื่อปรับสมดุลในช่องปาก ลดภาวะเป็นกรด และลดการสูญเสียน้ำ และที่สำคัญก็คือหลังจากรู้ตัวว่าตั้งครรภ์ คุณแม่ควรพบทันตแพทย์เพื่อรับคำแนะนำวิธีป้องกันการเกิดโรคในช่องปาก โดยไม่ต้องรอให้อายุครรภ์ครบ 4 เดือนอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที
เข้าใจเรื่องฟันผ่านพัฒนาการลูก

Stage 2 : เจ้าหนูมนุษย์เหงือก (0-6 เดือน)

เมื่อถึงเวลาที่เจ้าตัวน้อยลืมตาดูโลก แน่นอนว่ากระบวนการสร้างกระดูกและฟันก็ยังคงดำเนินต่อไปพร้อมพัฒนาการด้านอื่นๆ เด็กวัยแรกเกิด มักเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น สังเกตได้จากการพยายามใช้มือหยิบจับเพื่อสำรวจสิ่งต่างๆ รวมถึงเริ่มใช้ปากในการกินอาหาร เช่น ดูดนม ได้ตามสัญชาตญาณแต่แน่นอนว่าในขณะเดียวกันกระดูกขากรรไกรของลูกที่ยังไม่เข้าที่ดีนัก การใช้อุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่น จุกนมหลอก หรือขวดนม เข้าไปในช่องปากของลูก อาจส่งผลไม่ดีต่อโครงสร้างช่องปากของเขาได้ ดังนั้นคุณแม่จึงควรเข้าปรึกษาขอคำแนะนำที่ดีจากทันตแพทย์ได้ตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อให้ช่องปากของลูกเป็นไปตามพัฒนาการที่ดีและสมวัย
เข้าใจเรื่องฟันผ่านพัฒนาการลูก

Stage 3 : สวัสดีฟันซี่แรก (6 เดือน)

เมื่อลูกอายุได้ประมาณ 6 เดือนไปจนถึง 1 ปี คุณแม่ก็จะเริ่มได้เห็นฟันน้ำนมซี่แรกของลูกเกิดขึ้นในตำแหน่งฟันหน้าคู่ล่าง แต่จะขึ้นเร็วหรือช้าต่างกันไปในเด็กแต่ละคน และจะทยอยขึ้นจนครบ 20 ซี่ เมื่อลูกอายุประมาณ 2 ขวบครึ่งไปจนถึง 3 ปี และระหว่างที่ฟันซี่ใหม่กำลังจะขึ้น หากสังเกตดีๆ คุณแม่จะเห็นฟันของลูกหน้าตาเหมือนภูเขาลูกเล็กๆ ค่อยๆ โผล่พ้นเหงือกขึ้นมาบางส่วน ฟันลักษณะนี้ทำความสะอาดด้วยแปรงทั่วไปได้ยาก ดังนั้นในช่วงวัยนี้ของลูก คุณแม่สามารถใช้แปรงสีฟันกระจุกเพื่อช่วยทำความสะอาดฟันเฉพาะจุดให้ลูกได้ ระหว่างนี้คุณแม่อาจสังเกตว่าลูกชอบเอาสิ่งของเข้าปาก และพยายามใช้เหงือกและฟันกัดแกะสิ่งของอย่างเมามัน เพราะการได้กัดเคี้ยว จะช่วยบรรเทาอาการเจ็บหรือคันเหงือกที่เกิดจากฟันน้ำนมพยายามดันตัวขึ้นมาจากเหงือกได้ สิ่งที่คุณแม่ควรทำก็คือ คอยดูไม่ให้ลูกเอาสิ่งของที่เป็นอันตรายเข้าปาก หายางกัดแทะที่ปลอดภัยจากสารพิษ หรือช่วยนวดเหงือกเพื่อบรรเทาอาการปวดของลูก และเฝ้ารอวันที่ได้เห็นฟันน้ำนมน้อยๆ ของลูกค่อยๆ ทยอยขึ้นจนครบ
เข้าใจเรื่องฟันผ่านพัฒนาการลูก

Stage 4 : นักกินตัวน้อย (6 เดือน – 6 ปี)

เมื่อลูกอายุได้ 6 เดือน ร่างกายจะต้องการสารอาหารที่หลากหลายมากขึ้น ธรรมชาติจึงสร้างฟันซี่เล็กๆ ขึ้นมาให้ลูกในวัยนี้ได้ใช้บดเคี้ยวอาหารต่างๆ ช่วงวัยนี้จึงเป็นวัยแห่งการสำรวจโลกของอาหาร และได้สัมผัสรสชาติเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม จากอาหารมากขึ้น ทำให้การทำความสะอาดช่องปากของลูก จะไม่ใช่การแปรงตามซอกฟันเล็กๆ ไม่กี่ซี่อีกต่อไป แต่ต้องเป็นการแปรงฟันให้สะอาดทั่วทุกซอกทุกมุมของฟันทุกซี่หลังรับประทานอาหาร คุณแม่จึงควรเลือกใช้แปรงสีฟันเด็กที่มีขนแปรงสั้น นุ่ม ปลายขนแปรงกลมมน หน้าตัดตรง ทำจากวัสดุที่ปลอดภัยเมื่อเกิดการกระแทกในปาก และปลอดสารเคมี BPA (Bisphenol) ซึ่งพบในบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่ทำจากพลาสติก มาถึงตรงนี้ คุณแม่หลายคนอาจเข้าใจว่าอย่างไรเสีย ฟันน้ำนมก็ต้องหลุดและถูกแทนที่ด้วยฟันแท้ จนเผลอปล่อยปละละเลย และไม่ดูแลฟันน้ำนมให้ดีเท่าที่ควร แต่ในความจริงแล้ว ฟันน้ำนมมีความสำคัญกับเด็กทุกคน ไม่ว่าจะเพื่อการกัดเคี้ยวอาหาร เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารเพียงพอ ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในตัวเองให้ลูก พูดออกเสียงได้ชัดเจน และเป็นตัวช่วยกันช่องว่างให้ฟันแท้ขึ้นเรียงตัวได้ถูกตำแหน่ง พอรู้แบบนี้แล้ว คงเริ่มเห็นความสำคัญของฟันน้ำนมกันมากขึ้นแล้วสิคะ
เข้าใจเรื่องฟันผ่านพัฒนาการลูก

Stage 5 : Hello ฟันแท้ หนูดูแลได้เอง (6 Years onwards)

และแล้วก็มาถึงการเดินทางช่วงสุดท้ายของเหล่าฟันน้ำนม เมื่อลูกอายุประมาณ 6-7 ปี ฟันกรามแท้ซี่แรกจะขึ้นที่ ด้านหลังฟันกรามน้ำนมซี่ในสุด และฟันน้ำนมจะทยอยหลุดออก เพื่อให้ฟันแท้ขึ้นมาแทนที่ และเป็นฟันที่จะอยู่กับลูกไปตลอดชีวิต ดังนั้นสุขนิสัยที่ดีที่คุณแม่สร้างไว้ตลอดเส้นทางการดูแลฟันน้ำนม มีส่วนอย่างยิ่งที่จะทำให้ลูกเข้าใจความสำคัญของการดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน และแปรงสีฟันด้ามใหม่ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งการเติบโต และช่วยให้คุณแม่วางใจว่าจะช่วยดูแลฟันแท้ของลูกต่อไปจึงควรมีคุณสมบัติช่วยขจัดคราบแบคทีเรียได้ดีกว่าแปรงทั่วไป มีขนแปรงนุ่มและเล็กพอที่จะซอกซอนทำความสะอาดพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก เพราะเรารู้ว่าคุณแม่คือคนสำคัญและเราก็รู้ว่าเส้นทางของการดูแลฟันน้อยๆ ของลูกนั้นไม่ง่ายเราจึงพร้อมจะอยู่เคียงข้างคุณแม่ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่เข้าใจพัฒนาการในช่องปากของลูกน้อย เพื่อช่วยให้คุณแม่วางใจได้ว่าการดูแลสุขภาพในช่องปากของลูกนั้น ไม่ยากเกินความสามารถของคุณแม่อย่างแน่นอน

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

Related Posts

ทำไมต้องแปรงซอกฟัน

ทำไมต้อง “แปรงซอกฟัน” ?

แค่แปรงฟันอย่างเดียวเพียงพอหรือเปล่า? หากพูดถึงการทำความสะอาดช่องปาก หลายคนน่าจะนึกถึงการแปรงฟันเป็นอย่างแรก แต่ความจริงแล้วแบคทีเรียในช่องปากไม่ได้สะสมอยู่แค่บริเวณผิวฟันและขอบเหงือกเท่านั้น ยังมีอีกหนึ่งจุดสำคัญ นั่นก็คือ บริเวณ “ซอกฟัน”

CURAPROX Travel set1

ไปที่ไหน ความสะอาดขอไปด้วย ชุดแปรงสีฟันพกพา CURAPROX Travel Set

ชุดแปรงสีฟันขนาดพกพา CURAPROX Travel Set ใครบอกว่าเราแปรงฟันได้แค่ที่บ้านเท่านั้น? เพราะหลังจากทานอาหารระหว่างวัน ความมั่นใจในเรื่องกลิ่นปากและความสะอาดก็แทบหายไปหมด