ชวนคุณแม่ดูแลสุขภาพฟัน ตั้งแต่วันเตรียมมีน้อง

คุณแม่ดูแลฟัน

หลายครอบครัว เมื่อตั้งใจว่าจะมีลูก ก็จะไปตรวจเช็กสุขภาพ เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมต้อนรับสมาชิกใหม่ แต่ว่าที่คุณพ่อคุณแม่อาจยังไม่ทราบว่า การตรวจสุขภาพฟันของตัวเองก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่ควรทำตั้งแต่ช่วงเริ่มวางแผนมีลูกเช่นกัน

การไปพบทันตแพทย์ก่อนตั้งครรภ์ เพื่อรับคำแนะนำในการดูแลความสะอาดในช่องปากด้วยตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพ จะทำให้ว่าที่คุณแม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพในช่องปากระหว่างครรภ์ และได้รับคำแนะนำวิธีการดูแลการรับประทานอาหารเพื่อลดภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคในช่องปาก เพราะสิ่งที่มักถูกมองข้ามไปก็คือ หากคุณแม่เกิดโรคในช่องปากระหว่างตั้งครรภ์ อาจส่งผลให้การรักษามีความยุ่งยากหรือมีผลกระทบต่อลูกน้อยได้

แต่หากคุณแม่เริ่มมีปัญหาสุขภาพในช่องปากระหว่างตั้งครรภ์อ่อนๆ คุณแม่ก็สามารถไปพบทันตแพทย์ได้โดยไม่ต้องรอ เพราะหากยิ่งทิ้งเอาไว้นาน เรื่องเล็กอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ การติดเชื้อในช่องปาก อาจส่งผลต่อการเจริญเติบโตของลูกในครรภ์ได้ด้วย

การดูแลสุขภาพปากและฟันของคุณแม่ให้แข็งแรงตลอดการตั้งครรภ์ จึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเมื่อคุณแม่แข็งแรง ทั้งร่างกายและจิตใจ ก็จะส่งผลไปถึงความแข็งแรงของลูกน้อยด้วย

เราจึงอยากชวนคุณแม่และว่าที่คุณแม่ มาเริ่มต้นใส่ใจสุขภาพปากและฟันไปด้วยกันค่ะ

คุณแม่ดูแลฟัน

ตรวจสุขภาพฟันก่อนการตั้งครรภ์ดีที่สุด

หากคุณแม่เริ่มวางแผนที่จะมีเจ้าตัวน้อยแล้วละก็ นอกจากจะต้องเตรียมตัวเรื่องสุขภาพร่างกายและจิตใจให้แข็งแรงสมบูรณ์แล้ว สุขภาพฟันก็เป็นอีกเรื่องสำคัญที่คุณแม่นั้นควรนึกถึงเป็นอันดับแรกๆ เพราะการไปพบทันตแพทย์ก่อนตั้งครรภ์ เพื่อรับคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีเตรียมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพช่องปากในระหว่างตั้งครรภ์นั้น ถือเป็นขั้นตอนหนึ่งที่จะช่วยป้องกันโรคในช่องปากและปัญหาสุขภาพฟันของคุณแม่ได้ดีที่สุด

คุณแม่ดูแลฟัน

แต่ถ้ากำลังตั้งครรภ์ ก็ไปพบหมอฟันได้ทันที

คุณแม่หลายคนอาจจะเคยได้ยินว่า หลังจากตั้งครรภ์แล้ว ควรรอให้อายุครรภ์ครบ 4-5 เดือน จึงจะเริ่มไปพบทันตแพทย์ได้ แต่แท้จริงแล้ว คุณแม่สามารถพบทันตแพทย์ได้ทันทีที่ไม่ต้องรอให้เกิดโรคก่อน เพราะถ้าปล่อยไว้นาน ความรุนแรงก็จะเพิ่มมากขึ้นและยากต่อการรักษา และอาจส่งผลต่อพัฒนาการของลูกน้อยอีกด้วย

คุณแม่ดูแลฟัน

ความเชื่อที่ว่า คุณแม่ตั้งครรภ์ก็ต้องฟันผุเป็นธรรมดา ไม่จำเป็นต้องรีบรักษาก็ได้ เป็นเรื่องจริงหรือ?

โรคฟันผุที่เกิดขึ้นกับคุณแม่ระหว่างตั้งครรภ์นั้นไม่ได้เกิดจากการที่ถูกลูกดึงแคลเซียมไปอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็นโรคที่มีโอกาสเกิดขึ้นกับคุณแม่ตั้งครรภ์ได้มากกว่าในภาวะปกติ เนื่องจากพฤติกรรมกินจุบจิบ ภาวะเครียด หรือละเลยการดูแลความสะอาด รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ทำให้ภูมิต้านทานต่ำลง จึงเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคฟันผุได้

ปัญหาในช่องปากของคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ไม่ว่าจะเป็นโรคฟันผุ หรือเหงือกอักเสบ มีความจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน เพราะปัญหาสุขภาพในช่องปากของคุณแม่มีผลต่อการรับประทานอาหาร ทำให้คุณแม่ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ หรือหากคุณแม่มีอาการปวดฟัน ก็อาจส่งผลต่ออารมณ์และสภาพจิตใจ เกิดภาวะเครียด และเกิดพฤติกรรมละเลยการทำความสะอาดฟันต่อไปได้

หากคุณแม่มองข้ามหรือละเลยการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ จนอาการของโรครุนแรง อาจทำให้สายเกินไปที่จะรักษา หรือต้องรอจนผ่านช่วงเวลาที่ให้ลูกกินนมจากเต้า ถึงจะกลับมาทำการรักษาโรคในช่องปากได้อีก

ดังนั้น คุณแม่จึงควรดูแลช่องปากให้แข็งแรง ปลอดโรค ด้วยการไปพบทันตแพทย์ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ ปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และดูแลความสะอาดของช่องปากให้ดีที่สุด

คุณแม่ดูแลฟัน

น้ำผลไม้ is NO NO!

ระหว่างตั้งครรภ์คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เพราะจะทำให้เกิดโรคฟันผุได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดื่มน้ำผลไม้ เช่น น้ำส้มคั้นหรือน้ำแตงโมปั่น จะทำให้คุณแม่ได้รับน้ำตาลในปริมาณสูงเกินไป

เพราะหากคุณแม่รับประทานส้ม 1 ผล คุณแม่จะได้รับน้ำตาลประมาณ 9 กรัม แต่หากบริโภคน้ำส้มคั้น 1 แก้ว ซึ่งใช้ส้ม 4 – 5 ผล ก็จะทำให้คุณแม่ได้รับน้ำตาลไปแบบทวีคูณ

แต่ถ้าคุณแม่ต้องการรับประทานผลไม้ ควรเลือกผลไม้ประเภทที่มีวิตามินซีสูง เช่น ฝรั่งหรือแก้วมังกร เพราะจะช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง สดใส ชุ่มชื่น และมีปริมาณน้ำตาลน้อย ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคฟันผุ

นอกจากนั้น อาหารประเภทแคลเซียม เช่น ถั่ว ธัญพืช โยเกิร์ต ชีส เนื้อสัตว์ และปลาแห้ง ก็มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของกระดูกและฟันได้

คุณแม่ดูแลฟัน

ดูแลฟันคุณแม่ให้ปลอดโรคด้วยวิธีง่ายๆ

มาถึงตรงนี้ คุณแม่อาจจะเริ่มเข้าใจการดูแลสุขภาพปากและฟันตั้งแต่วางแผนตั้งครรภ์ เป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากผลกระทบต่อตัวเองโดยตรงแล้ว ปัญหาในช่องปากคุณแม่ยังส่งต่อไปถึงลูก เช่น ทำให้ลูกมีน้ำหนักตัวหลังคลอดต่ำกว่าเกณฑ์ หรือคลอดก่อนกำหนดได้

แต่ปัญหาทั้งหมดสามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลสุขภาพปากและฟันให้พร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ และที่สำคัญก็คือการดูแลความสะอาดปากและฟันให้เป็นกิจวัตร ไม่ว่าจะแปรงฟันให้สะอาดเช้าเย็น ดื่มน้ำเปล่ามากๆ บ้วนปากด้วยน้ำสะอาดหลังรับประทานอาหารหรือทุกครั้งหลังอาเจียน ปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร พบทันตแพทย์ตามนัด และคอยสังเกตตัวเอง หากพบว่ามีปัญหา ก็ควรปรึกษาทันตแพทย์ทันที

เพียงเท่านี้ คุณแม่ก็จะสามารถดูแลสุขภาพฟันของตัวเองให้แข็งแรง และพร้อมที่จะส่งต่อสุขภาพฟันที่ดีให้กับลูกในท้องต่อไปอีกด้วย

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

Related Posts

ทำไมต้องแปรงซอกฟัน

ทำไมต้อง “แปรงซอกฟัน” ?

แค่แปรงฟันอย่างเดียวเพียงพอหรือเปล่า? หากพูดถึงการทำความสะอาดช่องปาก หลายคนน่าจะนึกถึงการแปรงฟันเป็นอย่างแรก แต่ความจริงแล้วแบคทีเรียในช่องปากไม่ได้สะสมอยู่แค่บริเวณผิวฟันและขอบเหงือกเท่านั้น ยังมีอีกหนึ่งจุดสำคัญ นั่นก็คือ บริเวณ “ซอกฟัน”

CURAPROX Travel set1

ไปที่ไหน ความสะอาดขอไปด้วย ชุดแปรงสีฟันพกพา CURAPROX Travel Set

ชุดแปรงสีฟันขนาดพกพา CURAPROX Travel Set ใครบอกว่าเราแปรงฟันได้แค่ที่บ้านเท่านั้น? เพราะหลังจากทานอาหารระหว่างวัน ความมั่นใจในเรื่องกลิ่นปากและความสะอาดก็แทบหายไปหมด