กระบวนการทำให้เกิดฟันผุ

กระบวนการฟันผุ

เราหลายคนมักมีความเชื่อว่า ฟันน่ะ ยังไงก็ต้องผุ ไม่ว่าจะดูแลแค่ไหน รับประทานอะไรเข้าไป อย่างไรมันก็ต้องเสื่อมสภาพไปอยู่ดี แต่จริงๆ แล้ว ฟันผุไม่ใช่เรื่องของโชคชะตานะคะ มันมีที่มาที่ไป มีสาเหตุที่อยู่เบื้องหลังการเกิดฟันผุ

เรารับประทานอาหาร แล้วเราก็แปรงฟันเช้า-เย็น เป็นกิจวัตรที่เราคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว แต่วันนี้ เราจะพาทุกคนไปร่วมกันมองให้ละเอียดขึ้นว่า เมื่อเราทานอาหารเข้าไป จะเกิดอะไรขึ้นกับฟันของเราบ้าง และเราจะสามารถตัดวงจรของเจ้าแบคทีเรียตัวร้าย ที่เข้ามาทำลายฟันของเราได้อย่างไร

เพราะหากเราเข้าใจว่าฟันผุเกิดขึ้นได้อย่างไร เราก็จะมีแนวทางที่ถูกต้องในการดูแลรักษาฟัน ให้แข็งแรงและอยู่กับเราไปนานๆ

‘ฟันผุ’ คือโรคในช่องปากประเภทหนึ่งที่พบได้บ่อย และยังเป็นปัญหาเรื้อรังที่หากไม่รีบรักษาก็อาจลุกลามต่อเนื่องไปถึงโพรงประสาทและรากฟัน ซึ่งทำให้การรักษามีความยุ่งยาก หรือต้องทำการถอนฟันที่ผุทิ้งไปในที่สุดเพื่อลดผลกระทบต่อฟันซี่อื่น

แต่การจะป้องกันฟันผุ เราควรที่จะรู้ถึงสาเหตุและกระบวนการที่ทำให้เกิดฟันผุ เพื่อดูแลสุขภาพฟันได้อย่างถูกวิธี เราลองไปดูกันดีกว่าว่าฟันผุนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร

กระบวนการฟันผุ

1 อาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล คือตัวการแรกให้ฟันผุ

อาหารที่เรารับประทานเป็นประจำ นอกจากจะมีผลกับสุขภาพร่างกายแล้ว ยังมีผลต่อสุขภาพช่องปากและฟันของเราอีกด้วย โดยเฉพาะอาหารประเภท ‘น้ำตาล’ ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาลที่อยู่ในรูปขนมหวาน หรือน้ำตาลที่เป็นส่วนประกอบของอาหาร

รวมไปถึงน้ำตาลที่เกิดจากการย่อยอาหารจำพวก ‘แป้ง’ ล้วนเป็นอาหารโปรดของแบคทีเรียในช่องปาก นี่จึงเป็นเหตุผลที่ไม่ควรกินขนมหรือของหวานมากหรือบ่อยเกินไป เพราะจะยิ่งทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโตได้เร็วเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคฟันผุได้ง่าย

กระบวนการฟันผุ

2 แบคทีเรียจอมทำลาย

เราอาจเคยเข้าใจว่าฟันผุ เกิดจากการที่แบคทีเรียในช่องปากค่อยๆ กัดกินเนื้อฟันของเราจนเป็นรู แต่ความจริงแล้ว ฟันผุเกิดจากการที่แบคทีเรียเหล่านั้นทำการเปลี่ยนน้ำตาลที่เราทานเข้าไปให้กลายเป็นสารที่มีฤทธิ์เป็นกรด ซึ่งกรดนี้จะไปทำลายเคลือบฟัน ทำให้ฟันเป็นรูหรือเป็นโพรง และกลายเป็นโรคฟันผุในที่สุด

ดังนั้นเราสามารถดูแลเคลือบฟันให้แข็งแรงได้ด้วยการแปรงฟันด้วยยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์เป็นประจำ วันละสองครั้ง

กระบวนการฟันผุ

3 การสูญเสียแร่ธาตุจากสภาวะกรดในช่องปาก

ฟันผุนั้นเกิดจากภาวะการเสียสมดุลระหว่างการสูญเสียแร่ธาตุ (Demineralization) และการคืนของแร่ธาตุในโครงสร้างฟัน (Remineralization) โดยมีสภาวะ การสูญเสียแร่ธาตุ มากกว่าการคืนของแร่ธาตุ

ขยายความกันหน่อย กระบวนการสูญเสียแร่ธาตุและการคืนแร่ธาตุในช่องปากนั้นเกิดขึ้นตลอดเวลา เพราะร่างกายของเรามีกลไกการปกป้องทำงานอยู่ กลไกนี้จะเกิดขึ้นบริเวณเคลือบฟันด้านนอกและเนื้อฟันที่มีลักษณะทางกายภาพเป็นรูพรุนและท่อเล็กๆ โดยมีเซลส์ช่วยส่งของเหลวผ่านท่อเหล่านี้ เพื่อผลักอนุภาคเล็กๆ ของอาหาร เชื้อจุลินทรีย์ และกรดออกไปจากโครงสร้างฟัน ร่วมกับการทำงานของน้ำลายที่มีแร่ธาตุคอยปรับสมดุลในช่องปากและคืนแร่ธาตุสู่ฟันตลอดเวลา

แต่เมื่อเรารับประทานอาหารเข้าไป กรดที่เกิดจากแบคทีเรียที่ทำการย่อยอาหารประเภทแป้งและน้ำตาล จะทำให้ช่องปากมีความเป็นกรดมากขึ้น ภาวะสมดุลในช่องปากก็จะเปลี่ยนไป จนเกิดภาวะสูญเสียแร่ธาตุมากกว่าการคืนแร่ธาตุ และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นของฟันผุนั่นเอง

กระบวนการฟันผุ

4 อาหารเป็นมิตรหรือเป็นพิษกับฟันเรากันแน่

แป้งและน้ำตาลจัดเป็นอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ซึ่งแบ่งได้เป็นสองประเภทคือ คาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว (simple carbs) คือกลุ่มคาร์โบไฮเดรตที่เมื่อกินเข้าไปแล้วจะเปลี่ยนสภาพเป็นน้ำตาลแทบจะทันที ทำให้เกิดฟันผุได้ง่าย เช่น ข้าวขาว แป้งขัดขาว ขนมปังขาว และน้ำตาลทราย

และคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน (complex carbs) เป็นกลุ่มคาร์โบไฮเดรตมีสารหลากหลาย เช่น แป้งไม่ขัดขาว ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ขนมปังธัญพืช(โฮลวีต) เมล็ดพืช ธัญพืช เผือก มัน ซึ่งนอกจากพลังงานแล้ว ยังมีวิตามิน แร่ธาตุ และเส้นใยอาหาร เมื่อกินเข้าไปแล้วจะค่อยๆ ถูกย่อย ทำให้กระบวนการกลายเป็นน้ำตาลในช่องปากเกิดขึ้นอย่างช้าๆ โอกาสที่จะเกิดฟันผุก็น้อยลง

กระบวนการฟันผุ

5 อย่าปล่อยให้ฟันขาดฟลูออไรด์

ฟลูออไรด์เป็นสารที่ได้รับยอมรับทางการแพทย์แล้วว่าสามารถช่วยลดโอกาสในการเกิดฟันผุได้ โดยฟลูออไรด์นั้นจะช่วยชะลอกระบวนการสูญเสียแร่ธาตุ ทำให้ฟันมีความทนต่อสภาวะกรดได้ดียิ่งขึ้น และช่วยเสริมกระบวนการคืนแร่ธาตุอีกด้วย

เด็กจึงควรได้รับฟลูออไรด์ตั้งแต่ระยะที่มีการเริ่มสร้างฟัน เพื่อให้ฟลูออไรด์เข้าไปสร้าง ฟลูออโรอะพาไทต์ บนผิวฟัน เพื่อช่วยต้านทานสภาพกรดที่จะเข้ามากัดกินฟันได้ดียิ่งขึ้น โดยฟลูออไรด์ที่จะช่วยป้องกันฟันผุได้ดีนั้น ควรเป็นการใช้ฟลูออไรด์เฉพาะที่ ผ่านการแปรงฟัน จะได้ประโยชน์มากกว่า

การใช้ฟลูออไรด์ทั้งระบบ เช่น การกินฟลูออไรด์ชนิดเม็ด เด็กๆ ควรได้รับฟลูออไรด์ในปริมาณน้อยแต่บ่อยครั้ง เพื่อให้ฟันได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีฟลูออไรด์ปกป้องไว้ตลอดเวลา

ดังนั้น วิธีการนี้จึงเป็นวิธีที่ง่ายและทำได้ทุกบ้าน นอกจากการเลือกทานอาหารประเภทแป้งและน้ำตาลเท่าที่จำเป็นต่อร่างกาย ไม่ทานในปริมาณมากเกินไป และไม่ทานต่อเนื่องเป็นเวลานาน

และเราควรแปรงฟันทุกวัน อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้าหลังตื่นนอน และกลางคืนก่อนเข้านอน อย่างน้อยครั้งละสองนาที แปรงทุกซี่อย่างละเอียด ร่วมกับยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ที่เป็นตัวช่วยสำคัญที่จะขัดขวางกระบวนการเกิดฟันผุของเราได้

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

Related Posts

ทำไมต้องแปรงซอกฟัน

ทำไมต้อง “แปรงซอกฟัน” ?

แค่แปรงฟันอย่างเดียวเพียงพอหรือเปล่า? หากพูดถึงการทำความสะอาดช่องปาก หลายคนน่าจะนึกถึงการแปรงฟันเป็นอย่างแรก แต่ความจริงแล้วแบคทีเรียในช่องปากไม่ได้สะสมอยู่แค่บริเวณผิวฟันและขอบเหงือกเท่านั้น ยังมีอีกหนึ่งจุดสำคัญ นั่นก็คือ บริเวณ “ซอกฟัน”

CURAPROX Travel set1

ไปที่ไหน ความสะอาดขอไปด้วย ชุดแปรงสีฟันพกพา CURAPROX Travel Set

ชุดแปรงสีฟันขนาดพกพา CURAPROX Travel Set ใครบอกว่าเราแปรงฟันได้แค่ที่บ้านเท่านั้น? เพราะหลังจากทานอาหารระหว่างวัน ความมั่นใจในเรื่องกลิ่นปากและความสะอาดก็แทบหายไปหมด